lnwshop logo

 สามารถสั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา     ผ่านทาง     line id :@kaset  

สั่งซื้อสอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมีอันตรายผ่านระบบ Line

โดยเพียงกดปุ่ม Add Friends ด้านล่างของเราได้เยค่ะ 

           เพิ่มเพื่อน

หัวเชื้อรา บิวเวอร์เรีย บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อกำจัดแมลง

หัวเชื้อรา บิวเวอร์เรีย บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อกำจัดแมลง
หัวเชื้อรา บิวเวอร์เรีย บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อกำจัดแมลง thumbnail 1หัวเชื้อรา บิวเวอร์เรีย บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อกำจัดแมลง thumbnail 2หัวเชื้อรา บิวเวอร์เรีย บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อกำจัดแมลง thumbnail 3หัวเชื้อรา บิวเวอร์เรีย บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อกำจัดแมลง thumbnail 4หัวเชื้อรา บิวเวอร์เรีย บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อกำจัดแมลง thumbnail 5หัวเชื้อรา บิวเวอร์เรีย บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อกำจัดแมลง thumbnail 6หัวเชื้อรา บิวเวอร์เรีย บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อกำจัดแมลง thumbnail 7หัวเชื้อรา บิวเวอร์เรีย บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อกำจัดแมลง thumbnail 8หัวเชื้อรา บิวเวอร์เรีย บริสุทธิ์ สำหรับขยายเชื้อกำจัดแมลง thumbnail 9
หมวดหมู่ เชื้อราบิวเวอร์เรีย
ราคา 200.00 บาท
น้ำหนัก 100 กรัม
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
แก้ไขล่าสุด 12 ส.ค. 2561
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ซอง
หยิบลงตะกร้า
Scan this!


ปกติแล้วในธรรมชาติจะมีระบบนิเวศที่สามารถควบคุมกันเองไม่ให้มากหรือน้อยเกินไปเพื่อสร้างความสมดุลในระบบสิ่งแวดล้อม แต่ในปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้สารเคมีจำนวนมากทั้งยาฆ่าแมลงและยาฆ่าเชื้อราและจุลินทรีย์ซึ่งสารเคมีเหล่านี้จะทำลายแมลงและจุลินทรีย์แทบทุกชนิดทั้งที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ต่อพืช ทำให้ระบบนิเวศถูกทำลายจุลินทรีย์และแมลงที่มีประโยชน์ต่อพืชทั้งที่ช่วยผสมเกสรพืช จุลินทรีย์ทำหน้าที่ปรุงอาหารให้พืชถูกทำลายลงแต่แมลงศัตรูพืชและเชื้อราโรคพืชกลับพัฒนาตัวเองให้ต้านสารเคมีได้ นอกจากทำให้ผลผลิตลดลงพืชผักถูกทำลายแล้วสารเคมียังตกค้างอยู่ในตัวเกษตรกรเองรวมถึงผู้บริโภคอีกด้วย ดังนั้นเกษตรกรต้องหันกลับมาสร้างระบบนิเวศใหม่โดยเติมสารชีวภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อพืชและระบบนิเวศเข้าไปในระบบอีกครั้ง

ในที่นี้จะแนะนำวิธีการขยายเชื้อราขาวบิวเวอร์เรียไว้ใช้เองเพื่อลดต้นทุนในการผลิต เพื่อสุขภาพของเกษตรกร คนในครอบครัวรวมถึงผู้บริโภคและเพื่อคุณภาพของสารชีวภัณฑ์ที่ดีที่สุดนั้นคือเชื้อสดนั้นเอง

เชื้อราบิวเวอร์เรีย สามารถป้องกัน และกำจัดแมลงศัตรูพืช อาทิเช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ บั่ว หนอนห่อใบ ในมะม่วงได้แก่ เพลี้ยจักจั่นที่ทำลายช่อมะม่วง แมลงค่อมทอง ในพืชตระกูลส้มได้แก่ เพลี้ยอ่อนส้ม เพลี้ยไก่แจ้ เพลี้ยไฟ ไรแดง ในพืชผักได้แก่ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไรขาว แมลงหวี่ขาว หนอนผีเสื้อต่างๆ เป็นต้น

วิธีการใช้หัวเชื้อราบิวเวอร์เรีย มี3วิธี

1.วิธีการทำเชื้อราบิวเวอร์เรีย ชนิดน้ำจากหัวเชื้อผงแห้ง

วิธีการบ่มเชื้อ :

1.เทเชื้อจำนวน1ซอง (100กรัม)ลงไปในขวดเปล่าปริมาตร 1.5ลิตร

2.เทน้ำสะอาดหรือน้ำที่ผ่านการกรองที่ใช้ดื่มได้ลงไป1ลิตร ปิดฝาขวด เขย่าให้เข้ากัน

3.นำไปเก็บในตู้เย็นช่องแช่ผักธรรมดา 48ชั่วโมงหรือ2วันเป็นอย่างน้อย

วิธีใช้ :  

1.ใช้หัวเชื้อน้ำในอัตรา100ซีซีต่อน้ำ10ลิตรหรือ1ลิตรต่อน้ำ100ลิตร

2.ผสมกับสารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์ท่านั้นห้ามใช้น้ำยาล้างจานเป็นส่วนผสม

3.ฉีดพ่นในช่วงเช้าที่ยังไม่มีแสงแดดหรือหลังจาก 15.00น.เป็นต้นไป

4.สามารถผสมรวมกับ ฮิวมิคแอซิด,สาหร่ายผง,กรดอะมิโน,สารอินทรีย์สกัดอื่นๆ

5.หลีกเลี่ยงการผสมรวมกับสารเคมีอื่นๆทุกชนิดรวมถึงเชื้อราไตรโคเดอร์มาและแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์กำจัด ทำลายเชื้อโรคพืชอื่นๆ
การฉีดพ่น 
1.บิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซียม+พาซิโลมัยซิส+แบคทีเรีย บีที 
2.แบคทีเรีย บีเอส ไตรโคเดอร์มา
ข้อ1เป็นการรวมชุดกำจัดแมลงศัตรูพืชทุกชนิด ควรฉีดแยกจาก ข้อ2 ป้องกันควบคุมโรคพืชทุกชนิด ห่างกัน3วันเป็นอย่างน้อย
ข้อ1และข้อ2สามารถฉีดพ่นรวมกันได้แต่จะทำให้ความสามารถของเชื้อทำลายแมลงลดลง 

2.การบ่มเชื้อเพื่อเพิ่มปริมาณและประสิทธิภาพ

1.ตวงน้ำสะอาด 20 ลิตร ลงในถังปริมาตรมากกว่า30ลิตร(ถังมีฝาล็อคปิด)

2.เติมนมจืด 250ซีซี +น้ำตาลอ้อย 1ช้อนโต๊ะ+อะมิโน โปรตีน 1ซ้อนโต๊ะ+สาหร่ายผง 1ช้อนโต๊ะ  กวนให้เข้ากันกับน้ำ

3.ตักเชื้อ 10กรัม หรือประมาณ 1ช้อนโต๊ะเทลงไปในถังน้ำ กวนเชื้อให้เข้ากันกับน้ำ

4.ปิดฝาให้แน่นสนิท วางในที่ร่ม ไม่โดนแสงแดด อย่างน้อย 48ชั่วโมง(2วัน)

5.เทเชื้อลงในถังฉีด ผสมสารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์ 5ซีซี/น้ำ20ลิตร กวนให้เข้ากันหรือแบ่งใช้ตามต้องการ เชื้อที่เหลือในถังเก็บไว้ได้ 30วัน(กวนเชื้อในถัง2-3วันครั้ง)

6.ในกรณีเป็นสวนขนาดมากกว่า1ไร่ ใช้เชื้อ1ซอง (100กรัม)ต่อน้ำ200ลิตร บ่มเชื้อตามวิธีการดังข้างต้น โดยเพิ่มน้ำและส่วนผสมตามอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้น

+ผสมกับสารจับใบสำหรับชีวภัณฑ์เท่านั้นห้ามใช้น้ำยาล้างจานเป็นส่วนผสม

+ฉีดพ่นในช่วงเช้าที่ยังไม่มีแสงแดดหรือหลังจาก 15.00น.เป็นต้นไป หรือช่วงเวลาที่มีแสงแดดน้อยตลอดวัน                                            

  +หลีกเลี่ยงการผสมรวมกับสารเคมีอื่นๆทุกชนิดรวมถึงเชื้อราไตรโคเดอร์มาและแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์กำจัด ทำลาย ยับยั้งเชื้อโรคพืชอื่นๆ  สามารถฉีดพ่นรวมกับเชื้อราบิวเวอร์เรีย+เชื้อราเมธาไรเซียม+เชื้อราพาซิโลมัยซิส+แบคทีเรีย บีที

3.ขยายเชื้อเพื่อเพิ่มปริมาณเชื้อจากหัวเชื้อให้เป็นเชื้อสดชนิดน้ำจำนวน20ลิตร อัตราการใช้เชื้อสด1-3ลิตร/น้ำ200ลิตร ขึ้นอยู่กับการระบาดของแมลงศัตรูพืช

อ่าน...คู่มือการขยายเชื้อราบิวเวอร์เรีย

ด้วยวิธีดังกล่าวข้างต้นทั้ง3วิธี เกษตรจะได้เชื้อราบิวเวอร์เรียแบบเส้นใย ชนิดน้ำที่สามารถกำจัดทำลายแมลงศัตรูพืชได้ภายใน24ชั่วโมงและแมลงจะหยุดทำลายพืชผักหลังจากฉีดพ่นเชื้อไปแล้วภายใน2-4ชั่วโมง ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีองค์ประกอบในการเข้าทำลายแมลงเหมือนเชื้อราบิวเวอร์เรียแบบสปอร์

เชื้อราบิวเวอร์เรีย คืออะไร

เชื้อราบิวเวอร์เรีย ( Beauveria bassiasna ) เป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคกับแมลง ซึ่งสามารถทำลายแมลงได้หลายชนิด ในอันดับ Homoptera Lepidoptera Coleoptera และ Diptera ซึ่งได้แก่แมลงจำพวกเพลี้ยต่างๆ หนอนผีเสื้อ ด้วง และแมลงวัน หรือยุง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าสามารถกำจัดปลวก และมดคันไฟได้ ทำให้มดและปลวกตายยกรังได้

กลไกการเข้าทำลายแมลงของเชื้อราบิวเวอร์เรีย แบบสปอร์
เมื่อสปอร์ของเชื้อราสัมผัสกับผิวของแมลง ในสภาพความชื้นที่เหมาะสม (ความชื้นสัมพัทธ์ 70 % ขึ้นไป) จะงอกเส้นใยแทงผ่านผิวหนังเข้าไปในลำตัวแมลง แล้วขยายจำนวนเจริญอยู่ภายในโดยใช้เนื้อเยื่อของแมลงเป็นอาหาร แมลงจะตายในที่สุด ภายในระยะเวลาต่างๆ ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และวัยของแมลง โดยทั่วไปประมาณ 3 – 14 วันขึ้นกับขนาดและชนิดของตัวแมลง เชื้อราบิวเวอร์เรียสามารถนำมาใช้ในการกำจัดแมลงศัตรูพืชที่สำคัญในพืช เศรษฐกิจหลายชนิด เช่น แมลงศัตรูพืชเป้าหมายในข้าว ได้แก่ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ บั่ว หนอนห่อใบ ในมะม่วงได้แก่ เพลี้ยจักจั่นที่ทำลายช่อมะม่วง แมลงค่อมทอง ในพืชตระกูลส้มได้แก่ เพลี้ยอ่อนส้ม เพลี้ยไก่แจ้ เพลี้ยไฟ ไรแดง ในพืชผักได้แก่ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไรขาว แมลงหวี่ขาว หนอนผีเสื้อต่างๆ ในอ้อยได้แก่ แมลงค่อมทอง เป็นต้น

เชื้อราบิวเวอร์เรียเป็นเชื้อราที่สามารถให้เกิดโรคได้กับแมลงได้หลาย ชนิด โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และหนอนศัตรูพืช เนื่องจากสปอร์ของเชื้อราบิวเวอร์เรียที่ตกที่ผนังลำตัวแมลง เมื่อมีสภาพที่เหมาะสมสปอร์จะงอกแทงทะลุผ่านลำตัวแมลงเข้าไปไชช่องว่างภายใน ลำตัวและเจริญเติบโตเป็นเส้นใยท่อนสั้นๆ ทำลายเซลล์เม็ดเลือดในตัวของแมลง ทำให้แมลงเป็นอัมพาตและตายไปในที่สุด หลังจากแมลงตายแล้วเชื้อราจะสร้างสปอร์แพร่กระจายได้ตามธรรมชาติ เฝ้าระวังแปลงนาของเกษตรกรจากแมลงศัตรูข้าง เพราะสามารถทำลายแมลงได้ทุกระยะ แต่เมื่อเกษตรกรฉีดพ่นสารเคมีหรือเชื้อราไตรโคเดอร์มา กำจัดเชื้อราสาเหตุของโรคข้าว จะทำให้เชื้อราบิวเวอร์เรียถูกทำลายไปด้วย เป็นการสร้างความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศน์วิทยาในนาข้าวต่อไป

การเข้าทำลายแมลงของเชื้อราบิวเวอเรีย แบบสปอร์
สปอร์เชื้อราตกติดอยู่กับผนังลำตัวแมลงเข้าสู่ตัวแมลงทางผนังลำตัว รูหายใจ บาดแผลบนผนังลำตัว ความชื้นเหมาะสมกับการงอกเส้นใยและจะแทงทลุผิวหนังลำตัว เชื้อราจะงอกสู่ช่องว่างลำตัวแมลงเจริญเติบโตสร้างเส้นใยมากมายทำลายแมลง
เมื่อแมลงตาย เส้นใยจะแทงผ่านผนังลำตัวแมลงออกสู่ภายนอกตัวแมลงกลายเป็นสปอร์ต่อไป

สปอร์จะแพร่กระจายไปตามลม ฝนหรือติดกับตัวแมลง เชื้อราจึงสามารถขยายพันธุ์ต่อได้ และเมื่อสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก็จะทำลายแมลงศัตรูต่อไป

ลักษณะอาการของแมลงที่ถูกเชื้อราบิวเวอเรียเข้าทำลาย
แมลงที่ถูกทำลายจะแสดงอาการของการเป็นโรคคือ เบื่ออาหาร กินน้อยลง อ่อนเพลียและไม่เคลื่อนไหว
สีผนังลำตัวแมลงมักจะเปลี่ยนไป ปรากฎจุดสีดำบนบริเวณที่ถูกเชื้อราเข้าทำลาย พบเส้ยใย และผงสีขาว ของสปอร์ปกคลุมตัวแมลงที่ถูกเชื้อราเข้าทำลาย

การใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียควบคุมศัตรูพืชอย่างถูกต้อง
เนื่องจากเชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิต การนำไปใช้จะได้ผลหรือไม่ ต้องอาศัยปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องหลายอย่าง ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น แสงกับช่วงเวลา และตัวของแมลงเอง
อุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับเชื้อราเชื้อราบิวเวอร์เรียที่จะทำให้เชื้อรางอกสปอร์ได้ดี จะอยู่ในระหว่าง 25-27 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่านี้ สปอร์จะไม่เจริญเติบโตและเสื่อมคุณภาพ เมื่อเชื้อราพ่นกำจัดแมลงหรือเพลี้ยก็จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
ความชื้น ความชื้นที่เหมาะสมสำหรับพ่นเชื้อราเชื้อราบิวเวอร์เรีย ต้องมีความชื้นสูงมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

ความชื้นที่เหมาะสมที่สุด คือช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่ในบรรยากาศมีความชื้นสูง เนื่องจากความชื้นจะไปกระตุ้นให้สปอร์งอกออกมาและแทงทะลุผ่านเข้าไปในตัวแมลงหรือตัวเพลี้ย แต่ถ้าจะพ่นในช่วงฤดูฝนต้องดูว่าช่วงนั้นเพลี้ยระบาดหรือเปล่า เพราะโดยธรรมชาติฝนจะช่วยลดการระบาดของเพลี้ยอยู่แล้ว หากแมลงระบาดในช่วงแล้ง ซึ่งอุณหภูมิและความชื้นไม่เหมาะต่อการพ่นเชื้อรา ดังนั้นเกษตรกรจะต้องมีความเข้าใจในธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทั้งสองชนิดนี้ จึงจะสามารถใช้เชื้อราให้เกิดประสิทธิผล
แสงกับช่วงเวลา

การที่จะพ่นเชื้อราเชื้อราบิวเวอร์เรียให้ได้ผล คือ ต้องเป็นช่วงเวลาเย็นที่อากาศมีความชื้นสูงและอุณหภูมิต่ำ การที่เลือกเวลาพ่นเชื้อราในตอนเย็น ก็เพื่อไม่ให้โดนแสงแดด เพราะแสงแดดจะทำให้เชื้อราเสื่อมคุณภาพเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับ เพลี้ยแป้งซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวของมันเอง คือ มีแป้งคลุมตัวอีกชั้นหนึ่ง การพ่นเชื้อรากว่าสปอร์จะทะลุเข้าไปถึงตัวชั้นใน จะต้องผ่านแป้งที่คลุมอยู่อีกหนึ่งชั้น ดังนั้นการใช้เชื้อรากำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังจึงยากกว่าการกำจัดเพลี้ยธรรมดา และระยะที่เหมาะสมกับการพ่นเชื้อรา คือ ช่วงระยะตัวอ่อน ซึ่งเพลี้ยแป้งยังไม่มีแป้งมาปปกคลุมลำตัว

การฉีดพ่นเชื้อราเชื้อราบิวเวอร์เรีย

การพ่นเชื้อราเชื้อราบิวเวอร์เรียเพียงครั้งเดียวอาจไม่ได้ผล ต้องพ่นซ้ำ 2-3 ครั้งขึ้นไป และควรพ่นในช่วงที่แมลงยังตัวเล็กๆ การพ่นต้องให้ถูกตัวแมลงด้วย เนื่องจากเชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิต การออกฤทธิ์ของเชื้อราไม่เหมือนสารเคมีซึ่งสามารถดูดซึมผ่านไปยังเนื้อเยื่อได้ เมื่อแมลงมาดูดกินก็จะได้รับสารเคมีทำให้แมลงตาย ในกรณีที่แมลงเกาะอยู่ใต้ใบ หากพ่นเชื้อราไปตกอยู่บนใบ เชื้อราจะไม่ออกฤทธิ์ฆ่าแมลงได้ ดังนั้นการพ่นเชื้อราต้องให้สปอร์ไปตกหรือถูกตัวแมลงเท่านั้นจึงจะทำลานเพลี้ยได้ อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงช่วงเวลา แสง อุณหภูมิ และความชื้นที่เหมาะสมดังกล่าวเป็นสำคัญ สปอร์จึงจะงอกเส้นใยออกมาแทงทะลุเข้าไปในตัวแมลงได้

การใช้อุปกรณ์พ่นสารเคมีร่วมกับอุปกรณ์พ่นเชื้อรา
สามารถใช้อุปกรณ์ตัวเดียวกันได้ แต่จะต้องเปิดรูหัวฉีดให้กว้างขึ้น ถ้าเราไม่ปรับหัวฉีดให้รูกว้างขึ้น อาจทำให้อุปกรณ์ส่วนอื่นอุดตันได้ โดยเฉพาะที่หัวฉีด เพราะการใช้เชื้อราพวกนี้ต้องการความชื้นมาก จึงจำเป็นต้องเปิดรูให้กว้างขึ้น ปริมาณน้ำที่ใช้ผสมจะต้องมากกว่าการพ่นสารเคมี จึงจะทำให้มีความชื้นมากและต้องพ่นให้เปียกโชก ควรผสมสารจับใบสำหรับชีวภัณ์ด้วยเพื่อให้สปอร์เกาะพืชดีขึ้น

ดังนั้น เกษตรกรที่จะใช้เชื้อราในการป้องกันกำจัดเพลี้ยหรือแมลงศัตรูพืช จะต้องศึกษาและเข้าใจในธรรมชาติของเชื้อรา และแมลงศัตรูพืชแต่ละชนิด และใช้ให้ถูกวิธีการกำจัดจึงจะได้ผล




สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม

มีปัญหาเรื่องการสั่งซื้อสินค้า กรุณา ติดต่อกับทางร้าน เกี่ยวกับรายละเอียดในการชำระเงิน

ธ.กรุงเทพ สาขาบางเลน สะสมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขานครปฐม ออมทรัพย์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

รายการสินค้า

     สั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา    

      ผ่านทาง     line id:@kaset   

           เพิ่มเพื่อน

ค้นหารหัสพัสดุ

  • ค้นหา
*ใส่ order id หรือ email ที่ใช้ในการสั่งซื้อ
ดูรหัสพัสดุทั้งหมด »

ติดตามสินค้า

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม2,100,335 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด1,410,540 ครั้ง
ร้านค้าอัพเดท20 ส.ค. 2561

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
ตะกร้าของฉัน (0)
มีสินค้าทั้งหมด 0 ชนิด 0 ชิ้น
0 บาทราคาสินค้าทั้งหมด
(ยังไม่รวมค่าจัดส่ง)
สั่งซื้อสินค้า
ตะกร้า
( 0 )
รายการสั่งซื้อของฉัน
เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
รายการสั่งซื้อของฉัน
ข้อมูลร้านค้านี้
ร้านสวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
สวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
ให้คำแนะนำปรึกษา ระบบการทำเกษตร ออกแบบระบบสวน เกษตรปลอดสาร เกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารเคมีอันตราย ฯลฯ
เบอร์โทร : 0941908875
อีเมล : kasetkawna@hotmail.com
ส่งข้อความติดต่อร้าน
เกี่ยวกับร้านค้านี้
บันทึกเป็นร้านโปรด
Join (สมัครสมาชิกร้าน)
แชร์หน้านี้
แชร์หน้านี้

TOP เลื่อนขึ้นบนสุด
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก