lnwshop logo

 สามารถสั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา     ผ่านทาง     line id :@kaset  

สั่งซื้อสอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมีอันตรายผ่านระบบ Line

โดยเพียงกดปุ่ม Add Friends ด้านล่างของเราได้เยค่ะ 

           เพิ่มเพื่อน

วาล์วผสมปุ๋ย เวนจูรี่

วาล์วผสมปุ๋ย เวนจูรี่
วาล์วผสมปุ๋ย เวนจูรี่ thumbnail 1วาล์วผสมปุ๋ย เวนจูรี่ thumbnail 2วาล์วผสมปุ๋ย เวนจูรี่ thumbnail 3วาล์วผสมปุ๋ย เวนจูรี่ thumbnail 4วาล์วผสมปุ๋ย เวนจูรี่ thumbnail 5
หมวดหมู่ วาล์วผสมปุ๋ย เวนจูรี่
ราคา 650.00 บาท
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
อัพเดทล่าสุด 24 เม.ย. 2560
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
แพ็ค
หยิบลงตะกร้า
Share :

วาล์วผสมปุ๋ย เวนจูรี่ ขนาด 1 นิ้ว

การปลูกพืชในปัจจุบันเกษตรกรมักจะหวังผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งในการเพาะปลูกพืช จำเป็นจะต้องนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาประยุกต์ใช้ ทั้งนี้นอกจากจะให้ได้ผลิตในปริมาณและคุณภาพตามที่ต้องการของตลาดแล้ว ยังจะต้องมีต้นทันในการผลิตที่ต่ำลงด้วยเพื่อที่เกษตรกร จะสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายอื่นได้ด้วย ในการเพาะปลูกพืชปัจจุบันเกษตรกร นิยมใช้วิธีการให้น้ำพืชสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการให้น้ำ ทำให้ประหยัดแรงงาน ประหยัดน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้น้ำเป็นการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการผลิต ข้อดีของระบบให้น้ำอีกอันหนึ่งก็คือเราสามารถประยุกต์ใช้วิธีการให้ปุ๋ยไปพร้อมกับการให้น้ำพืชได้ ซึ่งนอกจากจะประหยัดเวลา ลดแรงงานในการใส่ปุ๋ยแล้ววิธีการให้ปุ๋ยพร้อมกับการให้น้ำพืชยังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยของพืชด้วย นั่นคือพืชทุกต้นจะได้รับปุ๋ยในปริมาณที่ใกล้เคียงกันเกือบทุกต้น ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน

การให้ปุ๋ยพร้อมกับการให้น้ำแก่พืช หรือ Fertigation มาจากคำว่า Fertilization และ Irrigation หรือเรียกย่อๆ ว่าระบบ F-I หมายถึงวิธีการให้ปุ๋ยเคมีแก่พืชพร้อมๆ กับการให้น้ำโดยปุ๋ยเคมีที่ให้จะต้องเป็นปุ๋ยน้ำหรือปุ๋ยเคมีที่สามารถละลายน้ำได้ การให้ปุ๋ยแบบวิธีนี้มักจะใช้ร่วมกับระบบการให้น้ำพืชสมัยใหม่ เช่นระบบให้น้ำแบบสปริงเกลอร์หรือระบบให้น้ำพืชแบบหยดซึ่งพืชจะได้รับปุ๋ยพร้อมกับน้ำชลประทานที่ให้ ทำให้ประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยของพืชดีขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมปริมาณปุ๋ยที่จะให้ได้อย่างดีทำให้มั่นใจได้ว่าพืชแต่ละต้นจะได้รับปุ๋ยใกล้เคียงกันทุกๆ ต้น นอกจากนี้ยังอาจให้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้ด้วย

ข้อดีของให้ปุ๋ยพร้อมกับการให้น้ำพืช

1. ประหยัดแรงงานในการให้ปุ๋ย การใส่ปุ๋ยโดยใช้แรงคนเป็นงานหนักต้องอาศัยแรงงานค่อนข้างมาก และการให้ปุ๋ยมักไม่ค่อยทั่วถึง ถ้าใช้เครื่องจักรใส่ปุ๋ยค่าลงทุนค่อนข้างสูงอาจทำให้เกิดการอัดตัวแน่นของดินได้ การให้ปุ๋ยพร้อมกับการให้น้ำพืชนอกจากสะดวกในการให้ปุ๋ยแล้วยังสามารถให้บ่อยครั้งได้ตามความเหมาะสม

2. พืชได้รับปุ๋ยอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอตลอดแปลงเพาะปลูก เนื่องจากปุ๋ยจะอยู่ในรูปของสารละลายพืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที และระบบการให้น้ำพืชสมัยใหม่สามารถที่จะทำการแพร่กระจายปุ๋ยได้อย่าทั่วถึงในแปลงปลูกพืชโดยการใช้ท่อส่งน้ำและหัวจ่ายน้ำ

3. ประหยัดปุ๋ย เพราะเป็นวิธีการให้ปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพสูง โดยพืชจะได้รับปุ๋ยมากกว่าวิธีการให้แบบอื่นนอกจากนี้ยังลดการสูญเสียเนื่องจากการตกค้างในดิน การสูญเสียเนื่องจากการชะล้างปุ๋ยออกไปเลยเขตรากพืช ลดการสูญเสียเนื่องจากการขนส่งปุ๋ยเข้าไปในแปลงปลูกพืช ลดปัญหาการถูกชะล้างเมื่อฝนตกหลังจากการให้ปุ๋ยไปแล้ว

4. ลดเครื่องมือและอุปกรณ์ในการใส่ปุ๋ย เพราะปุ๋ยที่ใช้เป็นปุ๋ยน้ำหรืออยู่ในรูปสารละลาย ไม่ใช่ปุ๋ยที่เป็นของแข็งหรือปุ๋ยเม็ดซึ่งจำเป็นต้องใช้แรงงาน และเครื่องมือในการเตรียมการและการขนย้ายมากกว่า

5. สามารถให้ปุ๋ยตามปริมาณและความต้องการของพืชได้ ซึ่งสามารถกำหนดปริมาณและสัดส่วนปุ๋ยที่แน่นอนในการให้แต่ละครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มธาตุอาหารพืชบางชนิดที่พืชต้องการเพียงเล็กน้อยเพื่อการเจริญเติบโต โดยผสมลงในสารละลายปุ๋ยที่จะให้แก่พืช ซึ่งการให้ปุ๋ยแก่พืชโดยวิธีอื่นทำไม่ได้

ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้วิธีให้ปุ๋ยพร้อมกับการให้น้ำพืช

1. ค่าลงทุนครั้งแรกและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอาจสูง เนื่องจากอุปกรณ์ในการให้ปุ๋ยพร้อมกับการให้น้ำพืชมีราคาแพง รวมทั้งปุ๋ยเคมีที่ใช้มีราคาสูงกว่าปุ๋ยเม็ดธรรมดา ฉะนั้นก่อนใช้ต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการลงทุน

2. ความเป็นพิษของสารละลายปุ๋ยที่ใส่ลงในน้ำชลประทาน ถ้าระบบชลประทานใช้ร่วมกับน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคอยู่ด้วย อาจทำให้น้ำมีพิษจึงจำเป็นต้องติดป้ายบอกกล่าวให้เกษตรกรและประชาชนโดยทั่วไป มิให้น้ำนั้นมาใช้บริโภค

3. ข้อจำกัดในการใช้ปุ๋ย วิธีการนี้เหมาะสำหรับการใช้ปุ๋ยเคมีที่เป็นของเหลว ดังนั้นปุ๋ยฟอสเฟต เช่น ซุปเปอร์ฟอสเฟตหรือแคลเซียมแอมโมเนียมฟอสเฟต ซึ่งละลายน้ำได้ยากจึงไม่เหมาะสมกับวิธีการให้ปุ๋ยวิธีนี้

4. อาจเกิดการผุกร่อนของท่อและชิ้นส่วนของระบบที่เป็นโลหะ อุปกรณ์ที่เป็นโลหะมักจะผุกร่อนได้เร็ว เนื่องจากการกัดกร่อนของกรดหรือด่างของสารเคมี ดังนั้นจึงควรจะใช้ท่อหรืออุปกรณ์ซึ่งทนต่อการกัดกร่อนได้ดี

5. การเกิดปฏิกิริยาเคมีในระบบท่อส่งน้ำแบบหยด ปุ๋ยเคมีบางตัว เช่น ฟอสเฟตจะตกตะกอนในท่อ ปริมาณของตะกอนจะขึ้นอยู่กับค่าความเป็นกรดและด่างในสารละลาย ซึ่งอาจเกิดการอุดตันในหัวจ่ายน้ำ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบการให้น้ำอย่างมาก ดังนั้นผู้ใช้ระบบน้ำพืชแบบหยดหรือแบบฉีดฝอยควรศึกษาชนิดของปุ๋ยเคมีที่เหมาะสมกับระบบให้น้ำที่ใช้

ปัจจุบันอุปกรณ์ให้ปุ๋ยพร้อมกับการให้น้ำแก่พืชมีหลายชนิด หลายแบบ หลายขนาด ซึ่งแตกต่างกันทั้งคุณสมบัติ ความสามารถและข้อจำกัดต่างๆ ที่สำคัญคือราคาที่แตกต่างกัน ดังนั้นผู้ใช้ควรที่จะศึกษาข้อมูลต่าง ๆ อย่างละเอียดก่อนจะตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ให้ปุ๋ย พร้อมกับการให้น้ำพืชเนื่องจากส่วนใหญ่อุปกรณ์เหล่านี้จะมีราคาแพง อุปกรณ์การให้ปุ๋ยพร้อมกับการให้น้ำพืช ส่วนใหญ่ต้องอาศัยความดันซึ่งอาจจะเป็นแรงดันของน้ำ ในระบบการให้น้ำอันเกิดจากอุปกรณ์เพิ่มแรงดันน้ำของระบบให้น้ำหรือเครื่องสูบน้ำนั่นเอง หรืออาจจะเป็นชนิดที่มีต้นกำเนิดแรงดันในตัวก็ได้ส่วนใหญ่จะมีปั้มในตัว การที่ต้องอาศัยความดันนั้นทั้งนี้เพื่อผลักดันน้ำสารละลายปุ๋ยเคมีจากที่เก็บ หรือถังบรรจุน้ำสารละลายปุ๋ยเคมีไปฉีดผสมกับน้ำชลประทานที่จะให้แก่พืชที่ปลูกนั่นเอง โดยทั่วไปวิธีการให้ปุ๋ยพร้อมกับการให้น้ำพืชสามารถแยกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ วิธีคือ

1. วิธีอาศัยอุปกรณ์ในการฉีดอัดน้ำสารละลายปุ๋ย วิธีการนี้จะอาศัยปั้มในการฉีดอัดสารละลายปุ๋ยเข้าไปผสมกับน้ำชลประทานในท่อส่งน้ำหลัก ปั๊มที่ใช้มีหลายประเภทสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ โดยอาศัยหลักการทำงานได้ ประเภทคือ

นั้นเกษตรกรจำเป็นต้องรู้จักวิธีนำปุ๋ยมาละลายน้ำที่เหมาะสม  เนื่องจากปุ๋ยเคมีบางชนิดไม่สามารถผสมกันได้  และอัตราการจ่ายปุ๋ยเข้าระบบน้ำควร
จะต้องสูงพอที่จะจ่ายปุ๋ยได้รวดเร็ว และเมื่อเสร็จสิ้นการให้ปุ๋ยแล้วยังพอมีเวลาเหลือสำหรับการให้น้ำเพื่อล้างสารละลายปุ๋ยที่ตกค้างอยู่ในท่อ   เพื่อ
ป้องกันการอุดตันของหัวจ่ายน้ำ แต่สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ  สารละลายปุ๋ยที่จ่ายไปสู่ต้นพืชจะต้องไม่เข้มข้นจนเกินไป


การติดตั้งแบบถาวรที่ท่อระบบให้น้ำ

          สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม   ได้ทำการพัฒนาอุปกรณ์ให้ปุ๋ยทางน้ำแบบประหยัด และมีอัตราจ่ายปุ๋ยสูง ประกอบด้วยตัวจ่ายปุ๋ยเข้าระบบน้ำแบบท่อ เวนจูรี่   โดยใช้หลักการรีดให้น้ำฉีดผ่านหัวฉีดด้วยความเร็วสูงจนเกิดแรงดันสูญญากาศ    ทำให้สารละลายปุ๋ยไหลเข้ามาผสมกับน้ำในท่อส่งน้ำ ตัวจ่ายปุ๋ยดังกล่าวประดิษฐ์จากข้อต่อพลาสติกของระบบน้ำที่ประกอบขึ้นเองได้ง่าย มีค่าใช้จ่าย 200 – 300บาทเท่านั้น ตัวจ่ายปุ๋ยแบบเวนจูรี่ขนาดข้อต่อ นิ้ว เป็นชิ้นส่วนที่ทำจากข้อต่อพลาสติก พีอี และ พีวีซี     ติดตั้งขนาดกับประตูน้ำของท่อน้ำส่งน้ำของเครื่องสูบน้ำหรือ 
ติดตั้งที่ท่อส่งน้ำบริเวณแปลงปลูกพืชอยู่ไกลกับเครื่องสูบน้ำได้  อุปกรณ์ดังกล่าวยังสามารถประยุกต์กับการใช้ปุ๋ยเคมีเม็ดที่นำมาละลายน้ำได้  โดยใช้ร่วมกับชุดกรองเศษปุ๋ยในน้ำเพื่อลดปัญหาการอุดตัน   ช่วยยืดอายุการใช้งานของหัวจ่ายน้ำโดยเฉพาะน้ำหยด ช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเมื่อเทียบกับการให้ปุ๋ยทางดิน และยังใช้ได้กับระบบให้น้ำหยด  ระบบพ่นฝอยและสปริงเกลอร์

          การใช้เวนจูรี่มีข้อเสียอยู่ที่ทำให้เกิดการสูญเสียแรงดันในท่อน้ำ   จึงทำให้อัตราการไหลของน้ำในระบบลดลงกว่าปกติบ้างในขณะให้ปุ๋ย  จึงจะต้องมีการชดเชยโดยเพิ่มเวลาในการให้น้ำอีกประมาณ 30 - 40 เปอร์เซ็นต์     ของเวลาที่ใช้ในการให้ปุ๋ยเข้าระบบน้ำ การใช้งานกับขนาดแปลงที่ส่งน้ำให้กับน้ำหยดหรือมินิสปริงเกลอร์ หรือหัวน้ำเหวี่ยงใหญ่    ที่มีการเปิดปล่อยน้ำครั้งละหลาย ๆ หัว รวมแล้วไม่ควรน้อยกว่า 7  ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงหรือ 7,000 ลิตรต่อชั่วโมง ถ้าเปิดให้น้ำด้วยอัตรารวมน้อยกว่านี้อาจไม่สามารถจ่ายปุ๋ยได้

หลักการปฏิบัติในการให้ปุ๋ยระบบน้ำ

          ต้องเตรียมปุ๋ยให้อยู่ในรูปสารละลายที่เหมาะสม คือ ไม่มีกากปุ๋ย    จึงควรใช้แม่ปุ๋ยต่าง ๆ  ที่ละลายน้ำได้ดีในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเม็ดที่ละลายน้ำยาก  จะต้องทำการกรองกำจัดกากปุ๋ยก่อนเทลงในถังผสมปุ๋ย และท่อที่ดูดปุ๋ยควรมีการกรองก่อนเข้าชุดดูดปุ๋ย   เช่น หุ้มด้วยมุ้งพลาสติกและสัดส่วนผสมของปุ๋ยต้องไม่เข้มข้นมากเกินไป  โดยปกติท่อส่งน้ำ นิ้ว (12 ลบ.ม./ชม.)  ส่วนผสมปุ๋ยเม็ดเพื่อให้มีความเข้มข้นที่แปลงปลูกพืชสูงสุดไม่ควรเกิน กก./น้ำ 100ลิตร โดยประมาณ ถ้าส่งน้ำด้วยท่อ นิ้วอัตราส่วนอาจเพิ่มได้เกือบเป็นเท่าตัว เช่นถึง กก./น้ำ 100 ลิตร


เตรียมสารละลายปุ๋ยเม็ดโดยนำไปละลายน้ำ

          สารละลายปุ๋ยที่ใช้ไม่ควรผสมปุ๋ยหลายสูตร  หรือผสมปุ๋ยกับยาหรือสารเคมีใดๆ ในถังเดียวกันจนกว่าจะลองทดสอบว่าผสมเข้ากันได้ก่อนถ้าผสมในถังเดียวกันไม่ได้ให้แยกกันใช้ในระบบน้ำต่างครั้งกัน และจะต้องมีที่กรองน้ำอยู่หลังชุดจ่ายปุ๋ยเพื่อกรองเศษปุ๋ยป้องกันไปอุดตันที่รูจ่ายน้ำและควรล้างที่กรองอย่างสม่ำเสมอ

กรองเอาตะกอนปุ๋ยออกก่อนจ่ายเข้าระบบให้น้ำ

          ก่อนให้ปุ๋ยจะต้องให้น้ำไปก่อนจนไม่มีลมค้างในท่อน้ำ แล้วจึงให้ปุ๋ยได้เพื่อให้ปริมาณปุ๋ยกระจายได้สม่ำเสมอ  และมีเวลาเหลือสำหรับให้น้ำไล่ปุ๋ยที่ค้างในท่อจนหมด แต่ถ้าใช้ระบบน้ำหยด ควรมีการเปิดปลายสายท่อน้ำหยด เพื่อระบายตะกอนเป็นครั้งคราวหรือทุก  3 - 4 สัปดาห์  การให้ปุ๋ยในระบบน้ำ  จะต้องมีการวางแผนกำหนดชนิดและปริมาณปุ๋ยเคมีที่จะให้ต่อพื้นที่ที่จะให้น้ำแต่ละครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชที่ปลูกและชนิดดิน ถ้าเป็นแปลงที่เตรียมดินเพื่อปลูกพืชใหม่  อาจวางแผนการให้ปุ๋ยทางระบบน้ำ    โดยกำหนดให้ใช้ปุ๋ยเคมีรองพื้นทางดินประมาณ 15 - 30 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณปุ๋ยที่เหลือจากรองพื้นจะแบ่งให้ไปพร้อมกับระบบน้ำ ระยะห่างในการให้ปุ๋ยอาจถี่ประมาณ 1 - 2 ครั้งต่อสัปดาห์ไปจนถึงทุก 2 - 3 สัปดาห์ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับช่วงอายุพืชและปริมาณปุ๋ยที่ต้องให้    อย่างไรก็ตามปริมาณปุ๋ยที่แบ่งให้ในแต่ละครั้งต้องไม่มากจนทำให้มีความเค็มมากจนเกินไปจนเป็นผลเสียต่อพืช

การเตรียมสารละลายปุ๋ยเข้มข้น

เบื้องต้นควรทำเป็นสารละลายปุ๋ยเข้มข้นก่อนนำไปทำเป็นสารละลายปุ๋ยเจือจางเพื่อจ่ายเข้าระบบน้ำ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

          1. ชั่งปุ๋ยเม็ดสูตรและปริมาณที่ต้องการ เทลงในถังพลาสติกขนาดประมาณ 15 - 20 ลิตร

          2. ใส่น้ำสะอาดลงในถังให้ท่วมเม็ดปุ๋ย   ปริมาณน้ำประมาณ ใน ส่วนของถัง   เพื่อไม่ให้น้ำหกออกจากถังได้ง่ายเมื่อเวลาเคลื่อนย้าย คนสารละลายให้ทั่วประมาณ  5 นาที  จากนั้นปิดฝาหรือคลุมด้วยผ้าเก็บไว้ในที่ร่มทำสารละลายปุ๋ยเข้มข้นให้เป็นสารละลายปุ๋ยเจือจาง

          การทำสารละลายปุ๋ยเข้มข้นให้เป็นสารละลายปุ๋ยเจือจาง    เพื่อให้สารละลายปุ๋ยมีความเข้มข้นเหมาะสมกับอัตราการดูดปุ๋ย และอัตราการส่งน้ำของระบบน้ำในแปลงปลูกพืช มีขั้นตอนดังนี้

นำชุดจ่ายปุ๋ยไปติดตั้งในแปลงพืชแบบเคลื่อนย้ายไปแปลงอื่นได้

          1. นำถังน้ำพลาสติกขนาด 100 - 200 ลิตร  กำหนดระดับปริมาตรที่100 ลิตรไว้ภายในถัง วางผ้ากรอง    เช่น ผ้าขาวบางซ้อนทับ2- 3 ชั้นหรืออาจใช้เสื้อยืดวางไว้บนปากถัง

          2. นำถังละลายปุ๋ยเข้มข้นที่เตรียมไว้มากวนเป็นเนื้อเดียว แล้วค่อย ๆ  เทลงบนผ้ากรองเพื่อกรองเศษปุ๋ย   ระหว่างนี้ใช้น้ำล้างเศษปุ๋ยบนผ้ากรองที่ปากถัง ให้น้ำที่เติมลงไปผสมกับสารละลายปุ๋ยให้ระดับปริมาณครบ 100 ลิตร ก็จะได้สารละลายปุ๋ยเจือจางพร้อมจ่ายเข้าระบบน้ำ    
กล่าวสรุปในตอนท้ายว่าสิ่งที่ควรระวัง คือกรองเศษปุ๋ยออกจากสารละลายเพื่อลดปัญหาการอุดตันของหัวจ่ายน้ำ    และปริมาณการให้ปุ๋ยแต่ละครั้งต้องไม่มากจนทำให้มีความเค็มมากเกินไปจนเป็นผลเสียแก่พืช

หลักในการพิจารณาเลือกอุปกรณ์จ่ายปุ๋ยทางระบบให้น้ำ

1.  ขีดความสามารถ (Capacity)

ควรมีขีดความสามารถในการจ่ายปุ๋ยได้สูงสุด ไม่ต่ำกว่าอัตราสูงสุดของสารละลายปุ๋ยที่ต้องใช้ในการทำสวน ตัวอย่างเช่น ถ้าสวนใช้ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตในปริมาณที่มากที่สุดมากกว่าปุ๋ยชนิดอื่น ๆ และจะต้องใช้ในอัตรา 100 ลิตร/ชั่วโมง อุปกรณ์ที่เลือกซื้อควรจะสามารถจ่ายปุ๋ยได้ไม่ต่ำกว่า 100 ลิตร/ชั่วโมง

2.  แรงดันใช้งาน (Working Pressure)

ควรจะต้องทราบแรงดันใช้งานขั้นต่ำทั้งทางด้านเข้าและด้านออกของอุปกรณ์จ่ายปุ๋ย  เพื่อพิจารณาว่าจะเหมาะสมกับระบบให้น้ำที่มีใช้อยู่หรือไม่ ตัวอย่างเช่น ระบบให้น้ำที่ใช้อยู่มีแรงดันในท่อ 20 ปอนด์/ตารางนิ้ว  ถ้านำเวนจูรี่มาใช้  เวนจูรี่มีการสูญเสียแรงดันระหว่างทางเข้าและทางออก 50℅ ในกรณีแรงดันด้านเข้าเท่ากับ 20 ปอนด์/ตารางนิ้ว แรงดันด้านออกจากเวนจูรี่จะเหลือ 10 ปอนด์/ตารางนิ้ว  ซึ่งแรงดันที่10 ปอนด์/ตารางนิ้วนี้จะไม่สามารถอัดสารละลายปุ๋ยเข้าไปในท่อของระบบให้น้ำ  ซึ่งมีแรงดันสูงกว่า (20 ปอนด์/ตารางนิ้ว) ได้

3.  ความยุ่งยากในการใช้งาน

การใช้งานและการติดตั้งไม่ควรจะยุ่งยากมาก  จนไม่สามารถจัดการในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและควรใช้แรงงานน้อย

4.  ความสามารถจำเพาะ

คุณสมบัติเฉพาะเช่น  สามารถที่จะดำเนินการให้ใช้งานอัตโนมัติได้ จ่ายปุ๋ยหลายชนิดอย่างต่อเนื่องได้ เคลื่อนย้ายสะดวก ฯลฯ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน

5.  ต้นกำลังและความสิ้นเปลือง

ถ้าใช้ไฟฟ้า แหล่งที่จะนำไปใช้ต้องมีไฟฟ้าเข้าถึง ส่วนในที่ซึ่งขาดแคลนน้ำ แบบปั๊มที่ไม่ต้องสูญเสียน้ำทิ้งย่อมดีกว่าแบบที่ต้องมีน้ำทิ้งเป็นต้น

สรุป

ในการพิจารณาว่าสมควรจะนำเอาอุปกรณ์จ่ายปุ๋ยทางระบบให้น้ำเข้ามาใช้ในสวนหรือไม่นั้น  เกษตรกรชาวสวนควรจะต้องมีและรู้ข้อมูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้เสียก่อน

1.  มีระบบให้น้ำที่ดี ที่ให้น้ำกระจายสม่ำเสมอเท่า ๆ กันทุกต้น เจ้าของสวนต้องรู้จักระบบให้น้ำของตนดีว่าให้น้ำนานเท่าไร  น้ำจึงไม่ไหลเลยเขตราก  มิฉะนั้นเมื่อนำมาใช้กับระบบจ่ายปุ๋ยแล้ว ปุ๋ยอาจจะถูกชะเลยเขตรากไปทำให้สิ้นเปลืองปุ๋ย  และทำให้สภาพแวดล้อมปนเปื้อน

2.  จะต้องรู้ว่าปริมาณปุ๋ยสูงสุดที่จะใช้ในสวนนั้นเป็นเท่าไร เพื่อเลือกใช้ขนาดและขีดความสามารถของอุปกรณ์จ่ายปุ๋ยที่จะหาซื้อมาใช้งาน

3.  ควรจะต้องรู้หรือสามารถคำนวณปุ๋ย ความเข้มข้นของสารละลายปุ๋ยที่จะใช้กับอุปกรณ์จ่ายปุ๋ยทางระบบให้น้ำได้

4.  ควรมีความรู้พื้นฐานว่าปุ๋ยชนิดใดบ้างที่ทำปฏิกิริยาซึ่งกันและกัน เพื่อความถูกต้องในการให้ปุ๋ย และรู้ว่าปุ๋ยชนิดใดที่ไม่ควรให้ทางระบบให้น้ำ เป็นต้น

5.  ศึกษารายละเอียดวิธีการใช้และการทำงานของอุปกรณ์จ่ายปุ๋ยแต่ละแบบเสียก่อน เพื่อให้รู้ว่านอกเหนือจากอุปกรณ์จ่ายปุ๋ยแล้ว  ยังอาจจะต้องซื้ออุปกรณ์อย่างอื่นที่จำเป็นต้องมีมาใช้งานด้วยหรือไม่ เช่น อาจจะต้องซื้อปั๊มมาช่วยเพิ่มแรงดันอุปกรณ์ตรวจสอบความเข้มข้นของปุ๋ย ฯลฯ เป็นต้น

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
ปีโป้
ปีโป้
171.7.248.x
3 พ.ค. 2560 00:58 น.
หัวข้อ :สอบถามเรื่องติดตั้งครับ
ท่อเมนผม1นิ้ว ผมต้องใช้เวนจูรี่ไซ้ส์ใหนครับ
พงษ์
พงษ์
182.232.106.x
12 มี.ค. 2560 17:37 น.
หัวข้อ :ปั้มช่วยเพิ่มแรงดันตัวจ่ายปุ๋ยแวจูรี
ปั้มช่วยเพิ่มแรงดันตัวจ่ายปุ๋ยแวจูรี
napat tadsanaanunchai
napat tadsanaanunchai
223.204.242.x
4 ธ.ค. 2559 04:50 น.
หัวข้อ :ขนาด1/2" ราคาเท่าไร
วาล์วผสมปุ๋ยขนาด1/2"ราคาเท่าไร

มีปัญหาเรื่องการสั่งซื้อสินค้า กรุณา ติดต่อกับทางร้าน เกี่ยวกับรายละเอียดในการชำระเงิน

ธ.กรุงเทพ สาขาบางเลน สะสมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขานครปฐม ออมทรัพย์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

รายการสินค้า

     สั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา    

      ผ่านทาง     line id:@kaset   

           เพิ่มเพื่อน

ค้นหารหัสพัสดุ

  • ค้นหา
*ใส่ order id หรือ email ที่ใช้ในการสั่งซื้อ
ดูรหัสพัสดุทั้งหมด »

ติดตามสินค้า

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม1,302,787 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด864,509 ครั้ง
ร้านค้าอัพเดท19 ส.ค. 2560

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
ตะกร้าของฉัน (0)
มีสินค้าทั้งหมด 0 ชนิด 0 ชิ้น
0 บาทราคาสินค้าทั้งหมด
(ยังไม่รวมค่าจัดส่ง)
สั่งซื้อสินค้า
ตะกร้า
( 0 )
รายการสั่งซื้อของฉัน
เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
รายการสั่งซื้อของฉัน
ข้อมูลร้านค้านี้
ร้านสวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
สวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
ให้คำแนะนำปรึกษา ระบบการทำเกษตร ออกแบบระบบสวน เกษตรปลอดสาร สวนระบบเกษตรก้าวหน้า การปลูก เพาะชำ ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง ฯลฯ
เบอร์โทร : 0941908875
อีเมล : kasetkawna@hotmail.com
ส่งข้อความติดต่อร้าน
เกี่ยวกับร้านค้านี้
สินค้าที่ดูล่าสุด
บันทึกเป็นร้านโปรด
Join (สมัครสมาชิกร้าน)
แชร์หน้านี้
แชร์หน้านี้
พูดคุยกับร้านนี้

TOP เลื่อนขึ้นบนสุด
Go to Top