lnwshop logo

 สามารถสั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา     ผ่านทาง     line id :@kaset  

สั่งซื้อสอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมีอันตรายผ่านระบบ Line

โดยเพียงกดปุ่ม Add Friends ด้านล่างของเราได้เยค่ะ 

           เพิ่มเพื่อน

โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว

โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว
โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 1โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 2โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 3โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 4โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 5โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 6โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 7โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 8โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 9โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 10โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 11โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 12โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 13โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 14โนมิน่า สารอินทรีย์กำจัดวัชพืชในนาข้าว thumbnail 15
หมวดหมู่ สารอินทรีย์สกัดกำจัดวัชพืช
ราคา 480.00 บาท
น้ำหนัก 1,000 กรัม
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
แก้ไขล่าสุด 13 มิ.ย. 2561
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ชิ้น
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!

โนมิน่า เป็นสารอินทรีย์สกัดจากสมุนไพรหลายชนิด ในรูปแบบชนิดน้ำเข้มข้น

จะทำลายเฉพาะวัชพืช แต่ข้าวไม่ตาย ไม่เหลือง ใช้กำจัดวัชพืชเฉพาะในนาข้าว เช่น หญ้าข้าวนก  หญ้าปากควาย หญ้าหนวดปลาดุก หญ้าเดือย หญ้านกสีชมพู่ หญ้าดอกขาว แห้วหมูนา กกขนาก กกทราย ผักแว่น ผักปอดนา เทียนนา ขาเขียด ผักโขม ผักโขมหนาม ผักเบี้ยใหญ่  ผักปราบนา สาปม่วง กะเม็ง ผักบุ้ง เป็นต้น

พื้นที่1ไร่ ใช้อัตรา 400-600 ซีซี. ผสมน้ำ40-60ลิตร หรือ 200ซีซี. ผสมน้ำ20ลิตร

 ควรฉีดหลังหว่านข้าว20-50วัน หลังฉีดพ่น3วันให้นำน้ำเข้าตามปกติ

วัชพืชหยุดการเจริญเติบโตภายใน 7-20วัน

ข้อแนะนำ

เพิ่มประสิทธิภาพให้ข้าวตายดียิ่งขึ้นให้ผสมเกลือแกง 100กรัม หรือยูเรีย 100กรัมต่อน้ำ20ลิตร หรือผสมสารจับใบชนิดดูดซึมรวมกับโนมิน่า ก่อนใช้ควรเขย่าขวดทุกครั้ง

การเก็บรักษาปิดฝาให้สนิท เก็บในที่ร่มไม่โดนแสงแดดและความร้อน

 

ชื่อไทย :ผักปอด ผักปุ่มปลา

ชื่อสามัญ :Gooseweed ชื่อวิทยาศาสตร์ :Sphenoclea zeylanica Gaertn. ชื่อวงศ์ :CAMPANULACEAE

ผักปอด , ผักปอดนา, ผักปุ่มปลา, ผักกุ่มป๋า ผักจุ๋มป๋า ผักกาดนา

เป็นพืชล้มลุกขึ้นในน้ำ อายุปีเดียว ต้นอวบน้ำ ลำต้นตั้งตรง สูง 20-70 ซม. มักแตกแขนงจำนวนมาก ภายในมีช่องอากาศอยู่โดยรอบ มีนมสีขาวๆ คล้ายฟองน้ำ หุ้มรอบโคนต้นตรงส่วนที่อยู่ในน้ำ
ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกสลับข้างกัน ก้านใบสั้น ยาว 2-10 มม. ใบยาวเรียว ยาว 2.5-16 ซม. กว้าง 0.5-1.5 ซม. โคนใบแคบ ปลายใบทู่ บางครั้งแหลม ขอบใบเรียบ
ดอก ออกเป็นช่อ รูปทรงกระบอกยาว 0.75-1.5 ซม. ดอกย่อยมีขนาดเล็ก และไม่มีก้านดอก กลีบเลี้ยงสีเขียวติดกันที่ฐาน ปลายแยกเป็น 5 แฉก แต่ละแฉกมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ที่ขอบมีสีขาว กลีบดอกติดกันเป็นรูปถ้วย สีขาว ตรงปลายแยกเป็น 5 แฉก เกสรตัวผู้ 5 อัน ก้านสั้นมาก ติดอยู่กับกลีบดอก อับละอองเรณู 2 เซล แตก ตามยาว เกสรตัวเมียมีรังไข่เชื่อมกับฐานดอกครึ่งหนึ่ง รังไข่แบ่งออกเป็น 2 ช่อง มีท่อรังไข่สั้นๆ 1 อัน
ผล (capsule) มีลักษณะค่อนข้างกลมแบน ขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลาง 4-5 มม. เมื่อแก่จะแตกออกโดยรอบเป็นวงกลม คล้ายกับเปิดฝาภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
เมล็ด มีขนาดเล็ก สีเหลืองใส ผิวขรุขระ
ขยายพันธุ์โดยอาศัย เมล็ด พบในนาข้าว ภายหลังการดำนา ต้นอ่อนใช้เป็นผักบริโภคได้

 

ชื่อไทย :เทียนนา ชื่อสามัญ :Water primrose ชื่อวิทยาศาสตร์ :Jussiaea linifolia Vahl  ชื่อวงศ์ :ONAGRACEAE

ลักษณะทั่วไป :

ลำต้น พุ่มต้นสูง 20 - 60 เซนติเมตร ลำต้นเป็นเหลี่ยม เมื่อแก่ส่วนโคนต้นจะแข็งคล้ายเป็นเนื้อไม้ ลำต้นมีสีเขียวหรือม่วงแดง แตกแขนงมากที่บริเวณใกล้ปลายยอดของลำต้น

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกจากลำต้นแบบสลับข้าง รูปหอก ยาว 1 - 6 เซนติเมตร กว้าง 1.5 - 3 เซนติเมตร ฐานใบสอบเข้าหาเส้นกลางใบทั้งสองข้าง ทำให้ดูเหมือนไม่มีก้านใบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบและมีสีแดงหรือม่วงแดง มักมีสีแดงแต้มอยู่ตามแผ่นใบ โดยเฉพาะเส้นใบ

ดอก เป็นดอกเดี่ยวออกโดด ๆ ตามซอกใบ ไม่มีก้านดอก กลีบเลี้ยงแยกเป็น 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ รูปไข่กลับสีเหลือง โคนกลีบดอกเป็นสีเหลืองอ่อน ปลายแหลม และเป็นสีเหลืองสด เรียงสับหว่างอยู่กับกลีบเลี้ยงบางและร่วงง่าย ยาว 3 - 5 มิลลิเมตร กว้าง 2 - 3 มิลลิเมตร เกสรตัวผู้มี 8 อัน ติดอยู่บนกลีบดอก อับละอองเรณู 2 เซลล์ เกสรตัวเมีย มีรังไข่เชื่อมติดกับฐานดอกและกลีบเลี้ยง รังไข่แบ่งออกเป็น 4 ห้อง มีไข่ เรียงติดอยู่ 2 แถวในแต่ละห้อง ท่อรังไข่ยาวเท่ากับก้านเกสรตัวผู้ ปลายเป็นพูเล็ก ๆ 4 พู ผล แบบผลแห้งแตก มีส่วนของกลีบเลี้ยงติดอยู่ สีแดง ยาว 1.5 - 3 เซนติเมตร มีขนอ่อนบาง ๆ ปกคลุมอยู่ ส่วนบนของผลขยายใหญ่ออก

เมล็ด มีจำนวนมาก รูปไข่ สีน้ำตาลแดง ผิวเรียบ ขนาด 0.4 - 0.5 มิลลิเมตร

ลักษณะทางนิเวศน์ 
- เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ เป็นพืชล้มลุกอายุฤดูเดียว
- ขยายพันธุ์โดยอาศัยเมล็ด มีระบบรากแก้ว 
- ขึ้นในนาข้าว ในพืชหลังฤดูทำนาน ชอบที่ชุ่มชื้นที่มีน้ำขังทั่วไป

 

ชื่อไทย :โสนคางคก ชื่อสามัญ :Jointvetch ชื่อวิทยาศาสตร์ :Aeschynomene indica L. ชื่อวงศ์ :FABACEAE

ลักษณะทั่วไป :

โสนคางคก เป็นพืชตระกูลถั่ว ลำต้นสูง 1-2 เมตร ลำต้นเป็นขนสากมือ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยมีขนาดเล็ก รูปรียาว ดอกออกเป็นช่อ กลีบดอกสีเหลือง สีอ่อนกว่าและมีขนาดเล็กว่าดอกโสน ฝักมีลักษณะแบนเรียวยาว มีเมล็ดสีดำผักละประมาณ 8-12 เม็ด เมล็ดมีรูปร่างคล้ายไตหรือเมล็ดถั่ว พบมากในที่ชื้นเจริญเติบโตได้ดีในที่น้ำขังและน้ำท่วมสูงมักระบาดไม่หนาแน่นแต่จะกระจายทั่วไป ออกดอกเดือนกันยายน เมล็ดสุกแก่และตายในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ลำต้นที่โตสมบูรณ์เมื่อมีระดับน้ำเหมาะสม 80-150 ซ.ม. บริเวณโคนต้นจะโป่งพองออกมาคล้ายฟองน้ำตามความลึกของระดับน้ำ

 

ชื่อไทย :ขาเขียด ชื่อสามัญ :Monochoria, Pickerel weed ชื่อวิทยาศาสตร์ :Monochoria vaginalis (Burm.f)  ชื่อวงศ์ :PONTEDERIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ 
ลำต้น
เป็นลำต้นสั้นๆ ใต้ดิน มีรากที่หยั่งลึกลงไปในดิน และระบบรากฝอยสีน้ำตาลแดงจำนวนมาก

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยวจากโคนต้นเรียงสลับกัน ก้านใบกลม อวบน้ำ ภายในกลวง บริเวณโคนก้านใบมีลักษณะเป็นกาบหุ้มอัดรวมกันอยู่แน่น ก้านใบมีความยาวประมาณ 10-25 ซม. ลักษณะของใบคล้ายรูปหัวใจ โคนใบเว้า ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบมีความยาวประมาณ 9-85 มม.

ดอก
ออกเป็นช่อกลางก้านใบ ในแต่ละช่อมีดอกย่อยสีม่วงอมน้ำเงินประมาณ 3-15 ดอก มีกลีบดอกและกลีบเลี้ยงหลอมรวมกัน 6 กลีบ ปลายกลีบแยกออกจากกัน กลีบดอกด้านนอกมีสีเขียวอ่อน มีก้านชูเกสรตัวผู้จำนวน 6 อัน ก้านดอกย่อยสั้น มีใบประดับปลายแหลมสีเขียวอ่อนคล้ายใบห่อหุ้มดอกที่ยังตูมอยู่ มักให้ดอกในช่วงหน้าฝน

ผล
มีลักษณะคล้ายแคปซูล มีความยาวประมาณ 1 ซม. เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 3 ซีก ตามความยาวของผล ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลอยู่เป็นจำนวนมาก

การขยายพันธุ์
ทำได้โดยใช้เมล็ด

ประโยชน์
ยอดอ่อนใบอ่อนและดอกใช้รับประทานเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก แกง หรืออาหารประเภท ลาบ ยำ ก้อย ส้มตำ หรือใช้ปรุงประกอบในอาหารก็ได้

ในต้นผักเขียดประกอบไปด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย ได้แก่ พลังงาน เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี1, บี2 ไนอาซิน และวิตามินซี เป็นต้น เป็นผักที่มีรสจืด เย็น เหมาะที่จะรับประทานเพื่อลดความร้อนในร่างกาย

 

ชื่อ    หญ้าแห้วหมู ชื่อวิทยาศาสตร์ Cyperus rotundus Linn.    ชื่อวงศ์  CYPERACEAE ชื่ออังกฤษ        Nut grass, Purple nut sedge, Nut sadge

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

          ไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีไหลและหัว ลำต้นสามเหลี่ยม สูง 10-60 เซนติเมตร ใบเดี่ยวเกี่ยวกับลำต้นรูปแถบ กว้าง 2-5 มิลลิเมตร ยาวถึง 60 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลม กาบใบสีน้ำตาลอ่อน ดอกเป็นช่อกระจุกออกรวมเป็นช่อแยกแขนงที่ปลายยอด ใบประดับมีใบย่อย 9 ใบหรือมากกว่า รูปไข่ถึงรูปไข่แกมวงรี กว้าง 2 มิลลิเมตร ยาว 3-3.5 มิลลิเมตร ปลายมนมีติ่งหนามโค้งเล็กน้อย สีแดงหรือน้ำตาลแกมม่วง ผลเปลือกแข็งเมล็ดเดียว รูปทรงกระบอกถึงรูปไข่กลับกึ่งทรงกระบอก มีสามมุม สีน้ำตาล กว้าง 0.5-0.7 มิลลิเมตร ยาว 1.3-1.5 มิลลิเมตร

 

ชื่อไทย :หญ้าหนวดปลาดุก ชื่อสามัญ :Tall fringe rush ชื่อวิทยาศาสตร์ :Fimbristylis dichotoma (L.) Vahl  ชื่อวงศ์ :CYPERACEAE

ลักษณะ
หญ้าหนวดปลาดุกเป็นกกขนาดเล็ก เจริญตั้งตรงขึ้น อาจเป็นพืชปีเดียว (annual) หรือข้ามปี (perennial) ขึ้นเป็นกอใหญ่ๆ และเจริญรวดเร็ว สูง 30-50 ซม. ลำต้นที่ชูก้านดอกเป็นรูปสี่เหลี่ยมค่อนข้างแบน แข็ง มีรากฝอยสีนํ้าตาลเป็นจำนวนมาก

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกที่โคนของลำต้นในลักษณะที่สานกัน ใบยาวเรียว อาจยาวถึง 40 ซม. กว้าง 2.5 มม. ส่วนโคนใบจะแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ขอบใบบาง ปลายใบแหลม
ดอก ออกเป็นช่อ (compound umbel) ขนาดของช่อยาว 6-10 ซม. ที่โคนของก้านช่อมีแผ่นสีเขียวคล้ายใบ (bract) ยาว 0.5-4 ซม. ซึ่งมักจะสั้นกว่าความยาวของช่อดอก ช่อดอกประกอบด้วยช่อดอกย่อยเป็นจำนวนมาก มีลักษณะค่อนข้างกลม ยาว 1.5-2 มม. กว้าง 1-1.5 มม. ปลายมนหรือแหลม สีน้ำตาลปนแดง มีก้านสั้นๆ ดอกย่อยแต่ละดอกมีกาบ (glume) เป็นรูปไข่ค่อนข้างกว้าง สีน้ำตาลปนแดง ยาว 1.5-2 มม. ปลายมน และมีลายเส้น 3 เส้น เส้นที่อยู่ตรงกลางเป็นสีเขียว เกสรตัวผู้ 2 อัน อับเรณู 2 เซล สีเหลือง เกสรตัวเมียปลายแยกเป็น 3 แฉก อาจพบ 2 แฉก เป็นบางครั้ง

ผล (achene) สีเหลืองหรือขาว รูปไข่กลับ ผิวขรุขระ มีร่องตามยาวและตามขวาง เป็นพืชที่ขยายพันธุ์ โดยอาศัยเมล็ด พบในนาข้าวทั่วไป

ใบแตกขึ้นเป็นกอ แบนและบอบบางคล้ายพัด ลำต้นอาจมีลักษณะกลมหรือเป็นสามเหลี่ยมไม่มีข้อปล้อง ใบไม่แยกเป็นก้านใบและแผ่นใบ ใบแหลมแผ่นใบเล็กและยาว ก้านชูดอกสูง 25-50 ซม. 
ช่อดอกเป็นรูปคล้ายร่มซ้อนกันหลายชั้น ประกอบด้วยดอกย่อย 50-100 ดอก แต่ละดอกจะเป็นรูปกลมไม่มีก้าน ประกอบด้วยดอกจำนวนมาก ออกดอกหลังงอกเพียง 1-2 เดือน มีวงจรชีวิตประมาณ 3-4 เดือน ชอบงอกในสภาพดินชื้น ไม่งอกใต้น้ำที่ลึกกว่า 2 ซม. เมื่องอกแล้วเจริญได้ในที่น้ำขัง เติบโตได้ในที่แห้งและน้ำขัง พบมากในที่ดินมีฟอสฟอรัสสูง

ขยายพันธุ์ ด้วยเมล็ดแพร่ระบาดโดยลมและน้ำ

 

ชื่อไทย :กกขนาก ชื่อสามัญ :Small flower umbrella plant ชื่อวิทยาศาสตร์ :Cyperus difformis L. ชื่อวงศ์ :CYPERACEAE

 เป็นกกต้นเล็ก มีอายุปีเดียว หรือข้ามปี ซึ่งการมีอายุข้ามปีพบไม่บ่อยนัก สูง 10-60 ซม. ลำต้นเป็นรูปสามเหลี่ยม เห็นได้ชัดตอนปลายยอด การมีอายุข้ามปีที่โคนต้นมีสีน้ำตาลแดง และมักมีหน่อเจริญออกมา มีรากฝอยสีแดงจำนวนมาก
ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกที่โคนของลำต้น ใบยาวเรียว โคนของใบแผ่ออกเป็นกาบหุ้มลำต้น ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ มีจำนวนไม่มาก ใบกว้าง 2-5 มม.
ดอก เป็นช่อ เส้นผ่าศูนย์กลางช่อดอก 8-15 มม. ที่โคนก้านช่อดอกมีแผ่นสีเขียวคล้ายใบ ยาว 10-25 ซม. 1-4 ใบรองรับอยู่ ช่อดอกประกอบด้วย ช่อดอกย่อยจำนวนมาก (มากกว่า 40 ดอก) เรียงกันอยู่บนก้านช่อดอก ในลักษณะที่เป็นกลุ่มและค่อนข้างกลม ช่อดอกย่อยมีลักษณะ เป็นรูปหอกที่มีขอบขนาน และแบน ประกอบด้วยดอกย่อย 8-25 ดอก ซึ่งเรียงสลับกัน ดอกย่อยจะมีกาบ (glume) เป็นรูปไข่กลับ ด้านบนกว้าง ยาวประมาณ 0.6 มม. ปลายกลม มีลายเส้นค่อนข้างใส 3 เส้น เกสรตัวผู้ 1-2 อัน ก้านสั้นมาก อับละอองเรณู 2 เซล เกสรตัวเมียมีรังไข่อยู่เหนือฐานดอก ท่อรังไข่สั้น ปลายแยกเป็น 3 แฉก
ผล เป็นรูปไข่กลับ มีสันเป็นสามเหลี่ยม สีเหลืองหรือน้ำตาลอ่อน ผิวเรียบ และเป็นมัน ยาวประมาณ 6 มม. พบทั่วไปในนาข้าว หรือตามตลิ่ง คูน้ำ

 

ชื่อไทย :กกทราย หญ้ารังกาขาว  ชื่อสามัญ :Umbrella sedge, Rice flatsedge ชื่อวิทยาศาสตร์ :Cyperus iria L. ชื่อวงศ์ :CYPERACEAE

กกทราย ,กกหัวแดง ,หญ้าหัวแดง, หญ้ากกทราย ,หญ้ากกเล็ก ,หญ้ารังกาขาว, ฮังกาขาว
เป็นกกที่มีอายุเพียงฤดูเดียว ลำต้นตั้งตรงสูง 20-60 ซม. ลำต้นส่วนที่ชูช่อดอก เป็นสามเหลี่ยม มีรากฝอยสีน้ำตาลเป็นจำนวนมาก
ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกที่โคนต้น ใบเรียวยาว ส่วนมากจะสั้นกว่าลำต้น  กว้าง 3-6 มม. (บางครั้งอาจพบถึง 8 มม.) โคนใบค่อนข้างบาง และเชื่อมติดกัน หุ้มส่วนของลำต้นเอาไว้ ขอบใบเรียบแต่ส่วนปลายจะขรุขระเล็กน้อย ปลายใบแหลม

ดอก ออกเป็นช่อ เส้นผ่าศูนย์กลาง 3-30 ซม. ที่โคนก้านช่อดอกมีแผ่นสีเขียวคล้ายใบ  3-5 แผ่น ยาว 5-25 ซม. รองรับอยู่ ประกอบด้วยช่อดอกแบบ  ก้านช่อดอกยาวไม่เท่ากัน ยาว 2-5 ซม. ช่อดอกประกอบด้วยช่อดอกย่อย  ซึ่งแผ่ตรงออกไปแน่น ก้านสั้นๆ มีจำนวน 6-24 ช่อดอก ซึ่งเรียงสลับข้างกัน ดอกย่อยมีกาบ (glume) เป็นรูปไข่กว้าง ยาว 1.2-1.5 มม. ตอนปลายหยักเว้าเข้าเล็กน้อย สีเขียวอ่อน มีลายเส้น 3 เส้น เกสรต่วผู้มี 2 อัน ก้านเกสรตัวผู้สั้นกว่ากาบเล็กน้อย อับละอองเรณู 2 เซล

เกสรตัวเมียมีรังไข่อยู่เหนือฐานดอก ท่อรังไข่สั้นมาก ปลายแยกเป็นสามแฉก
ผล  สั้นกว่ากาบเล็กน้อย ลักษณะคล้ายกระสวย ครึ่งบนกว้างกว่าครึ่งล่าง สีน้ำตาล และเป็นรูปสามเหลี่ยมตามแนวตัดขวาง ยาว 1-1.5 มม. เมื่อแก่จะร่วงโดยมีกาบหุ้มติดอยู่ พบในนาข้าวทั่วๆ ไป

 

หญ้าข้าวนก หรือ หญ้าพุ่มพวง (Bamyard grass) จัดเป็นวัชพืชที่สำคัญในนาข้าว เป็นวัชพืชที่คล้ายต้นข้าวมาก ทำให้ยากต่อการกำจัดด้วยมือ เพราะแยกแยะยาก พบได้ทั่วไปตามพื้นที่ชื้นแฉะ มีน้ำขังในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะในนาข้าวที่เติบโตพร้อมกับต้นข้าว แพร่กระจายได้เร็ว ทนต่อดินเค็ม ดินเปรี้ยวได้สูง

 วงศ์ : Poaceae หรือ Gramineae
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Echinochloa crus-galli (L.) Beauv.
 ชื่อท้องถิ่น :หญ้าข้าวนก,หญ้าปล้องละมาน,หญ้าไข่แมงดา,หญ้าปล้อง,หญ้าวัง,หญ้าพุ่มพวง,หญ้าหางวัว

การแพร่กระจาย
หญ้าข้าวนก ไม่มีหลักฐานที่ระบุถิ่นกำเนิดที่แน่นอน บ้างก็สันนิษฐานว่าเป็นพืชท้องถิ่นในเอเชียกลางหรือเอเชียตะวันออก บ้างก็ระบุว่ามีแหล่งกำเนิดในยุโรปตะวันออก แล้วแพร่กระจายมาสู่ประเทศเขตร้อนชื้น และเขตหนาว 

หญ้าข้าวนก พบแพร่กระจายในทุกภาค แต่พบมากในภาคกลาง และอีสาน เป็นพืชล้มลุกปีเดียว เติบโตในช่วงหน้าฝน พบมากในที่ลุ่ม ชอบขึ้นตามพื้นดินชื้นแฉะหรือมีสภาพน้ำขัง โดยเฉพาะในนาข้าว จนจัดเป็นวัชพืชสำคัญของนาข้าวชนิดหนึ่ง เป็นหญ้าที่เติบโตได้ในทุกสภาพดิน ทนต่อดินเค็ม และดินเปรี้ยวได้สูง เพิ่มเติมจาก [2]

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
หญ้าข้าวนก มีลำต้นก่อนออกดอกคล้ายกับต้นข้าวมาก โดยเฉพาะต้นอ่อนที่ยังไม่ออกดอก ลำต้นต้นอ่อนจะห่อหุ้มด้วยกาบไม่ ยังไม่มองเห็นปล้องชัดเจน กาบหุ้มลำต้นอวบ คล้ายต้นข้าวมาก

ลำต้นหญ้าข้าวนก มีทรงกลม ตั้งตรง สูงเต็มที่ประมาณ 1.2 เมตร ลำต้นระยะแรกถูกหุ้มด้วยกาบใบ โคนลำต้นอวบใหญ่ เมื่อโตขึ้น โดยเฉพาะในระยะออกดอก ลำต้นจะสูงชะลูด มองเห็นเป็นข้อปล้อง และมีแต้มสีม่วงที่โคนข้อ ระยะนี้จะแยกจากต้นข้าวได้ชัดเจน และจะสูงกว่าต้นข้าว

ใบ
ใบหญ้าข้าวนก ใบเป็นใบเดี่ยว ออกบริเวณข้อสลับข้างกันในแต่ละข้อ ในระยะแรกกาบใบอวบใหญ่ สีเขียวอมขาว คล้ายกาบใบต้นข้าว แต่มีแต้มสีม่วงที่โคนกาบ แผ่นใบเป็นลูกคลื่น เมื่อถึงระยะออกดอกกาบใบจะเรียวเล็ก และสั้น ไม่มีเยื่อกั้นน้ำบริเวณรอยต่อระหว่างใบกับกาบใบ (ใช้แยกจากต้นข้าว) แผ่นใบสอบแคบ และเรียวยาว ปลายใบแหลม ขนาดใบกว้างประมาณ 0.5-1.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 35-40 เซนติเมตร แผ่นใบมีเส้นกลางใบสีเขียวอมขาว

ดอก
หญ้าข้าวนก ออกดอกเป็นช่อแขนงที่ยอดลำต้น ช่อดอกระยะแรกจะตั้งตรง เมื่อดอกบาน ปลายช่อดอกจะโน้มลงเล็กน้อย ก้านช่อดอกค่อนข้างเป็นเหลี่ยม ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร แต่ละช่อมีช่อยอ่อย 12-30 ช่อ แต่ละช่อย่อยยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร และมีกาบ 2 อัน ประกอบด้วยกาบล่างที่ยาวไม่ถึงครึ่งของก้านช่อ ส่วนกาบบน ยาวกว่า เกือบเท่าความยาวช่อ และมีขนปกคลุมตามขอบ แต่ละช่อย่อยจะมีดอกย่อยจำนวนมาก

 

หญ้าแดง หรือ หญ้ากระดูกไก่ (Wrinkle duck-beak) จัดเป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะในนาข้าว เป็นหญ้าที่เติบโตได้ดีในพื้นที่ชื้นแฉะหรือมีน้ำขัง

วงศ์ : Poaceae
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ischaemum rugosum
 ชื่อสามัญ : Wrinkle duck-beak
 ชื่อท้องถิ่น :หญ้าแดง,หญ้ากระดูกไก่,หญ้าก้านธูป,หญ้าดอกต่อ

ถิ่นกำเนิด และการแพร่กระจาย
หญ้าแดง เป็นพืชท้องถิ่นในไทย และประเทศอื่นๆในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ พม่า ลาว และมาเลเซีย พบแพร่กระจายทั่วไปในพื้นที่ชื้นแฉะ โดยเฉพาะในนาข้าวที่เติบโตพร้อมกับต้นข้าว พบได้มากในแถบจังหวัดภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
หญ้าแดง มีลักษณะลำต้นตั้งตรง และแตกหน่อเป็นลำต้นใหม่จนเป็นกอใหญ่ สูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร โคนลำต้นห่อด้วยกาบใบ และมีสีแดงเรื่อ ด้านเป็นลำต้นที่มีลักษณะกลม และเป็นข้อปล้อง

ใบ
ใบหญ้าแดง ใบเป็นใบเดี่ยวบริเวณข้อลำต้น มีก้านใบสั้น ก้านใบมีสีแดงประ ใบมีลักษณะเรียวยาว ขนาดใบกว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร

ดอก
หญ้าแดง ออกดอกเป็นช่อเดี่ยวที่ปลายลำต้น ความยาวช่อดอกประมาณ 15-25 เซนติเมตร เมื่อดอกบานเต็มที่ ปลายก้านช่อดอกแยกออกเป็น 2 ก้านช่อย่อย มีดอกย่อยเรียงติดกัน ยาวประมาณ 4-8 เซนติเมตร ดอกย่อยเป็นดอกสมบูรณ์เพศ สามารถผสมเกสรในตัวเองได้

เมล็ด
เมล็ดหญ้าแดง รวมกันเป็นกลุ่ม และเรียงชิดเป็นคู่ๆล้อมแกน คล้ายกับไข่แมงดา มีขนาดเล็ก ทรงกลม ประมาณ 3 มิลลิเมตร เปลือกเมล็ดอ่อนมีสีเขียว เมล็ดแก่มีสีน้ำตาล

หญ้าดอกขาว ชื่อสามัญ Little ironweed, Ash-coloured fleabane, Ash-coloured ironweed, Purple fleabane, Purple-flowered fleabane

หญ้าดอกขาว ชื่อวิทยาศาสตร์ Cyanthillium cinereum (L.) H.Rob. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Cacalia cinerea (L.) Kuntze, Conyza cinerea L., Vernonia cinerea (L.) Less.) สมุนไพรหญ้าดอกขาว มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า หญ้าสามวัน (เชียงใหม่), เสือสามขา (ตราด), ถั่วแฮะดิน ฝรั่งโคก (เลย), ก้านธูป ต้นก้านธูป (จันทบุรี), หนาดหนา (ชัยภูมิ), หญ้าละออง หญ้าดอกขาว หญ้าหมอน้อย หมอน้อย (กรุงเทพฯ), เซียวซัวโห้ว เซียหั่งเช่า (จีนแต้จิ๋ว), เย่เซียงหนิว เซียวซานหู่ เซียวซัวเฮา ซางหางฉ่าว (จีนกลาง), ผ้ำสามวัน, ม่านพระอินทร์, ยาไม่ต้องย่าง เป็นต้น

ลักษณะของหญ้าดอกขาว

ต้นหญ้าดอกขาว จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุได้ประมาณ 1-5 ปี มีความสูงของต้นประมาณ 20-80 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านน้อย กิ่งและก้านเรียว มีลักษณะเป็นร่องและมีขนสีเทาขึ้นปกคลุม มีลายเส้นนูนขึ้นตามข้อ ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง เจริญเติบโตได้ตลอดทั้งปี พบได้ทั่วไปตามสนามหญ้า ที่รกร้าง และทุ่งนาชายป่าหญ้าดอกขาวจัดเป็นพืชในเขตร้อนที่พบได้ทั่วไปในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ใบหญ้าดอกขาว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ รูปไข่กลับ รูปขอบขนาน รูปแถบ หรือรูปใบหอก ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบมนหรือแหลม ส่วนขอบใบหยักหรือจักเป็นฟันเลื่อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3.5-6.5 เซนติเมตร หลังใบมีเส้นใบชัดเจน มีสีเขียวเข้ม มีขนทั้งสองด้าน ใบที่บริเวณโคนต้นมีขนาดใหญ่กว่าใบที่อยู่ปลายยอด

ดอกหญ้าดอกขาว ออกดอกเป็นช่อกระจุกแน่นบริเวณปลายยอด ช่อหนึ่งมีดอกย่อยประมาณ 20 ดอก ดอกออกรวมกันเป็นช่อแยกแขนง รูปคล้ายช่อเชิงหลั่น กว้างประมาณ 5-15 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-35 เซนติเมตร มีใบประดับลักษณะเป็นรูปคล้ายระฆัง 4 ชั้น ดอกย่อยมีขนาดเล็ก ลักษณะของดอกย่อยเป็นหลอดยาวประมาณ 7 มิลลิเมตร และกว้างประมาณ 3 มิลลิเมตร ดอกเป็นสีม่วงอ่อนอมสีแดง สีม่วง หรือสีชมพู เมื่อดอกบานเต็มที่สีดอกจะจางลง พอกดอกแก่จะเปลี่ยนเป็นสีขาว เมื่อดอกร่วงโรยแล้วจะเห็นผลเป็นรูปทรงกระบอก

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม

มีปัญหาเรื่องการสั่งซื้อสินค้า กรุณา ติดต่อกับทางร้าน เกี่ยวกับรายละเอียดในการชำระเงิน

ธ.กรุงเทพ สาขาบางเลน สะสมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขานครปฐม ออมทรัพย์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

รายการสินค้า

     สั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา    

      ผ่านทาง     line id:@kaset   

           เพิ่มเพื่อน

ค้นหารหัสพัสดุ

  • ค้นหา
*ใส่ order id หรือ email ที่ใช้ในการสั่งซื้อ
ดูรหัสพัสดุทั้งหมด »

ติดตามสินค้า

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม1,970,277 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด1,323,696 ครั้ง
ร้านค้าอัพเดท22 มิ.ย. 2561

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
ตะกร้าของฉัน (0)
มีสินค้าทั้งหมด 0 ชนิด 0 ชิ้น
0 บาทราคาสินค้าทั้งหมด
(ยังไม่รวมค่าจัดส่ง)
สั่งซื้อสินค้า
ตะกร้า
( 0 )
รายการสั่งซื้อของฉัน
เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
รายการสั่งซื้อของฉัน
ข้อมูลร้านค้านี้
ร้านสวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
สวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
ให้คำแนะนำปรึกษา ระบบการทำเกษตร ออกแบบระบบสวน เกษตรปลอดสาร เกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารเคมีอันตราย ฯลฯ
เบอร์โทร : 0941908875
อีเมล : kasetkawna@hotmail.com
ส่งข้อความติดต่อร้าน
เกี่ยวกับร้านค้านี้
บันทึกเป็นร้านโปรด
Join (สมัครสมาชิกร้าน)
แชร์หน้านี้
แชร์หน้านี้

TOP เลื่อนขึ้นบนสุด
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก