lnwshop logo

 สามารถสั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา     ผ่านทาง     line id :@kaset  

สั่งซื้อสอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมีอันตรายผ่านระบบ Line

โดยเพียงกดปุ่ม Add Friends ด้านล่างของเราได้เยค่ะ 

           เพิ่มเพื่อน

จุลินทรีย์ โปรไบโอติกส์ สำหรับสัตว์น้ำ

จุลินทรีย์ โปรไบโอติกส์ สำหรับสัตว์น้ำ
จุลินทรีย์ โปรไบโอติกส์ สำหรับสัตว์น้ำ thumbnail 1จุลินทรีย์ โปรไบโอติกส์ สำหรับสัตว์น้ำ thumbnail 2จุลินทรีย์ โปรไบโอติกส์ สำหรับสัตว์น้ำ thumbnail 3จุลินทรีย์ โปรไบโอติกส์ สำหรับสัตว์น้ำ thumbnail 4จุลินทรีย์ โปรไบโอติกส์ สำหรับสัตว์น้ำ thumbnail 5
หมวดหมู่ จุลินทรีย์ โปรไบโอติกส์
ราคาปกติ 550.00 บาท
ลดเหลือ 450.00 บาท
น้ำหนัก 1,000 กรัม
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
แก้ไขล่าสุด 4 มิ.ย. 2561
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ชิ้น
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!

จุลินทรีย์ โปรไบโอติกส์ (เกรด พรีเมี่ยม)

สูตรเร่งการเจริญเติบโต + ป้องกัน ควบคุมโรคในสัตว์น้ำ

ประกอบด้วย

1.หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น มากกว่า 10สายพันธุ์ ครอบคลุมในส่วนสุขลักษณะของบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ และจุลินทรีย์ กลุ่มโปรไบโอติกส์ สามารถทำงานเต็มประสิทธิภาพ ในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม

2.อาหารเลี้ยงเชื้อ สารอาหารที่เหมาะสมและผสมได้สัดส่วนอย่างลงตัว

3.เอนไซม์ช่วยย่อย  เอนไซม์โปรตีเอส (Protease) , ย่อยโปรตีน ให้เป็นกรดอะมิโน (Amino) ,เอนไซม์ไลเปส (Lipase) ย่อยไขมันให้เป็นกรดไขมัน , เอนไซม์อไมเลส (Amylase) ย่อยแป้งให้เป็นกลูโคส ,เอนไซม์เซลลูเลส (Cellulase) ย่อยเซลลูเลสซึ่งเป็นพวกใยอาหาร

4.ยีสต์ขยายลำไส้  มีประโยชน์ช่วยสร้างวิตามินในร่างกายสัตว์น้ำ

วิธีการใช้

1.ใช้โดยตรง

1.1จุลินทรีย์ โปรไบโอติกส์ จำนวน 1กิโลกรัม ผสมในน้ำสะอาด 20 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 4-6 ชั่วโมง นำไปสาดให้ทั่วบ่อ ใช้ได้กับพื้นที่บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำขนาด 4 ไร่

1.2 นำมาผสมกับอาหารสัตว์น้ำสำเร็จรูป ในอัตราส่วน 5 กรัม (1ช้อนชา) / อาหารสัตว์น้ำ 1กิโลกรัม หรือ 1ซองต่ออาหารสัตว์น้ำ 200 กิโลกรัม

 

2.ขยายเชื้อเพื่อเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ โปรไบโอติกส์

จุลินทรีย์ โปรไบโอติกส์ จำนวน 1กิโลกรัม +น้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลสีรำ 2กิโลกรัม+ น้ำสะอาด 100 ลิตร

กวนให้เข้ากัน แช่ทิ้งไว้ 36ชั่วโมง โดยปิดฝาให้มิดชิด กวนเชื้อในถังเลี้ยงเชื้อวันล่ะ 2-3ครั้ง

2.1นำจุลินทรีย์ขยายที่ได้ในอัตรา 10 ลิตรต่อพื้นที่1ไร่ นำไปสาดให้ทั่วบ่อ หรือสาดหน้าใบพัดกังหันตีน้ำ ในช่วงเวลากลางวันที่มีแสงแดด ทุก 7-10วัน

2.2 ผสมจุลินทรีย์ที่ขยายเชื้อ 2ลิตร ต่อน้ำ 10ลิตร ไปฉีดหรือราดพื้นบ่อที่ตากแห้งพื้นที่ 1ไร่ จากนั้นไถพรวนเพื่อกลับหน้าดิน แล้วราดจุลินทรีย์ที่ขยายซ้ำอีกครั้งใน อัตราส่วนจุลินทรีย์ที่ขยาย  1 ลิตร ต่อน้ำ 10 ลิตรต่อไร่ ตากแดดให้แห้งแล้วไถพรวนจนสารอินทรีย์ถูกย่อยสลายดีเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงเตรียมในขั้นตอนการเพาะเลี้ยงต่อไป หรือ ใช้ฉีดพ่นก่อนปาดขี้เลนก้นบ่อ หลังจากจับสัตว์น้ำ

2.3 หลังจากจับกุ้งหรือสัตว์น้ำ กรณีมีการสะสมของเลนและของเสียในบ่อมาก ให้กำจัดของเสียออกก่อน ตากบ่อให้แห้งสนิท กรณีที่ดินเป็นกรดหรือไม่พร้อมที่จะตากบ่อให้ทำการบำบัดเลนโดยไม่ต้องตากบ่อให้แห้งหลังจากตากบ่อ นำน้ำเข้าบ่อประมาณ 3050 ซม. ใช้ จุลินทรีย์ที่ขยายเชื้อ 10ลิตรต่อพื้นที่ 1ไร่

2.4 ผสมจุลินทรีย์ที่ขยายเชื้อ 1ลิตร ผสมน้ำ 10ลิตร ไปฉีดหรือราดพื้นบ่อปูนหรือบ่อพลาสติกที่ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำ ขนาดบ่อ 10ลูกบาตรเมตร ทิ้งไว้ 3วัน  จากนั้นจึงเตรียมในขั้นตอนการเพาะเลี้ยงต่อไป

2.5 กรณีพื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำเสี่ยงต่อ โรค EMS ,โรคขี้ขาว ,โรคหัวเหลือง,โรคพยาธิในลำไส้,โรคในระบบเหงือกหรือโรคในสัตว์น้ำ นำจุลินทรีย์ที่ขยายเชื้อ  จำนวน 10-20  ลิตร/ไร่ ทุก 2- 3 วัน ควบคุมปริมาณการใส่ โดยสังเกตจากการเปลี่ยนค่า pH  ถ้า pH สูงกว่า 8.2 ใส่เพิ่ม ถ้า ต่ำกว่า 7.6 ให้ลดปริมาณลง

2.6 นำจุลินทรีย์ที่ขยายเชื้อ ไปผสมอาหารสำเร็จรูป 50 ซีซี./ อาหารสำเร็จรูป 1 กก. ในสภาวะปกติ หรือ 100-200 ซีซี / อาหาร 1 กก. กรณีกุ้งหรือสัตว์น้ำเริ่มตาย ผสมให้ ทั่วถึงแต่อย่าให้อาหารเปียกจนจับเป็นก้อน หรือนำมาพึ่งลมจนแห้ง ประมาณ 10-30นาที ให้ทุกมื้อจนพ้นระยะเสี่ยงของโรค หรือ ประมาณ45-60 วัน

2.7 นำจุลินทรีย์ที่ขยายเชื้อ ใส่ลงในถังอาร์ทีเมีย(ไรแดง) แรกฟัก อัตราส่วน 1 ลิตร ต่ออาร์ทีเมีย 100 ลิตร นาน 2 - 24 ชั่วโมงนำไปอาร์ทีเมียไปใช้อนุบาลลูกกุ้งหรือลูกปลา

2.8 ควรผสมจุลินทรีย์ที่ขยายเชื้อ ให้กุ้งหรือสัตว์น้ำกินตั้งแต่เริ่มให้ อาหารมื้อแรกอาหารเม็ดสำเร็จรูป อาหารเสริม อาหารสด รวมทั้งอาหารเตรียมเอง

2.9 ในช่วงฤดูร้อน น้ำมีอุณหภูมิสูง เชื้อโรคสัตว์น้ำจะมีความรุนแรงขึ้น ใข้จุลินทรีย์ โบรไบโอติกส์  ควบคุมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการจัดการบำบัด สารอินทรีย์ในบ่อ และควบคุมคุณภาพน้ำให้คงที น้ำในบ่อมีสีเขียวอ่อน หรือน้าตาลอ่อน pH ของน้ำ ควรอยู่ในช่วง 7.5-8 หรือในรอบวันแกว่งไม่เกิน 0.3  

2.10การใส่จุลินทรีย์ในบ่อระหว่างการเลี้ยง ควรใส่ แต่น้อยและบ่อยครั้ง ตามความเหมาะสมของ คุณภาพน้ำในช่วงนั้น เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้เต็ม ประสิทธิภาพ และป้องกันการขาดออกซิเจนในน้ำ ควรเพิ่มการตีน้ำให้มากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงวันแรก หลังจากใส่เชื้อจุลินทรีย์

ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสัตว์น้ำ

1.เพิ่มการดูดซึมสารอาหารและช่วยย่อยอาหารให้เร็วขึ้น กินอาหารได้มากขึ้น 

2.เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในลำไส้ และปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหารของสัตว์น้ำ 

3.เร่งผลิตกรดอินทรีย์ เอนไซม์ช่วยย่อยเซลลูโลส โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต 

4.แบคทีเรียช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในสัตว์น้ำป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตราย ยับยั้งเชื้อก่อโรค

5.เพิ่มอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ FCR (Feed Conversion Ratio)  อัตราการแลกเนื้อ หมายความว่า ในการเจริญเติบโต หรือเพิ่มน้ำหนักตัวของสัตว์ 1 กิโลกรัม จะต้องใช้อาหารกี่กิโลกรัม ยิ่งใช้อาหารน้อย แต่ได้เนื้อมาก

6.สัตว์น้ำมีสุขภาพดี แข็งแรง ระบบการหมุนเวียนเลือดและอาหารสมบูรณ์ต้านทานต่อโรคต่างๆ ได้มากขึ้น 

7.เพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำในแต่ละวัน (ADG)  Average Daily Gain หรืออัตราการเจริญเติบโต/ตัว/วัน. การคิดอัตราการเจริญเติบโต/ตัว/วัน

8.เพิ่มอัตราการรอดชีวิตของสัตว์น้ำ เนื่องจากความแข็งแรงโตไวและอาศัยอยู่ในสุขลักษณะที่เหมาะสมรวมถึงลดการใช้ยาปฏิชีวนะ ลดปัญหา อาการท้องเสีย 

9.ลดกลิ่นและก๊าซแอมโมเนีย ช่วยย่อยสลายของเสียจากมูลสัตว์ อินทรีย์สาร และอาหารตกค้าง ลดกลิ่นปฏิกูลของสัตว์น้ำ

10. ป้องกันกำจัดและทำลายแบคทีเรีย สาเหตุของโรคขี้ขาวในกุ้ง โรคติดเชื้อในตับ โรคที่เกิดกับปลาและสัตว์น้ำทุกชนิด

11. สร้างวิตามินบี 12 เมื่อสัตว์น้ำกินเข้าไปก็จะทำให้เจริญเติบโต อ้วนท้วนสมบูรณ์

12.ยับยั้งการเจริญเติบโตและการทำลายเม็ดเลือดของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุโรคเรืองแสงในกุ้งกุลาดำเกิดจากเชื้อ วิบริโอ ฮาวีอาย (Vibrio harveyi) ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมลบ มีลักษณะ รูปร่างเป็นท่อนสั้น ๆ สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยหนวด

13.ไร้สารตกค้าง ไม่มีผลค้างเคียง ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ สะอาด ปลอดภัยต่อคนและสัตว์ ปราศจากสารเคมี ไม่มีสีสังเคราะห์

 

ประโยชน์ต่อสุขลักษณะของบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ

1.ช่วยย่อยสลายของเสียและกำจัดเลนก้นบ่อรวมถึงขี้สัตว์น้ำ ลดการสะสมของตะกอน สารแขวนลอยในบ่อน้ำ ลดกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ บ่อกุ้ง บ่อปลา บ่อเลี้ยงปู บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำทุกชนิด

2.ลดแอมโมเนียไนเตรดรวมถึงก๊าซพิษต่างๆในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ

3.กำจัดปัญหาน้ำหนืดเขียวอันมีสาเหตุมาจากสารเมือกจากแพลงด์ตอน

4.แก้ปัญหาน้ำเป็นสีน้ำตาลแดง หรือน้ำสนิม

6.ช่วยปรับค่า pH ให้คงที่ ทำให้น้ำใสขึ้น ปรับสภาพน้ำให้สมดุล แก้ปัญหาน้ำหนืด พีเอชสูง ทำให้กุ้ง ปลาและสัตว์น้ำมีอัตรารอดสูงและกินอาหารได้เพิ่มมากขึ้น

7.กำจัดก๊าซพิษในบ่อน้ำ เช่น ก๊าซไข่เน่า แอมโมเนีย กลิ่นขี้เลน ไนไตรท์ เป็นต้น 

8.กำจัดกลิ่นโคลนเหม็นก้นบ่อ ที่เป็นสาเหตุของกลิ่นโคลนที่ติดตัวสัตว์น้ำ

9.ช่วยย่อยสลายของเสียจากมูลสัตว์ อินทรีย์สาร อาหารตกค้าง ของเน่าเสียในน้ำ และดินที่พื้นบ่อ

 

ทำไมต้องใช้จุลินทรีย์ในการเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่นกุ้ง ปลา ตะพาบน้ำ กบ หอย เต่า ปู

ในธรรมชาติจะมีจุลินทรีย์มากมายหลายชนิดและแต่ละชนิดก็แพร่พันธุ์ เจริญเติบโต และเพิ่มปริมาณภายใต้สภาวะแวดล้อมต่าง ๆ กันระหว่างประชากรของจุลินทรีย์แต่ละชนิดก็มีการแข่งขันและควบคุมปริมาณประชากรของแต่ละชนิดด้วยโดยมีสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมของจุลินทรีย์แต่ละชนิดเป็นตัวส่งเสริม จุลินทรีย์สามารถเจริญเติบโตแพร่พันธุ์และปริมาณได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงเป็นชั่วโมงเท่านั้นแต่ในบ่อเลี้ยงกุ้งจะมีช่วงชีวิตสั้นคือ เมื่อขยายพันธุ์ขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วก็จะตายภายในเวลา 7-10 วัน เมื่อตายไปก็จะเข้าเกราะ (สปอร์หรือซีสท์) ตกอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นๆ เพื่อรอเวลาและสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม แล้วก็จะแตกตัวและแพร่พันธุ์เพิ่มปริมาณขึ้น

 ปัจจัยที่ควบคุมการแพร่ขยายพันธุ์ของจุลินทรีย์
1. อากาศออกซิเจนต้องมีเพียงพอไม่น้อยกว่า 1 มิลลิกรัมต่อลิตร ปัจจัยข้อนี้ทำให้แบ่ง จุลินทรีย์ออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่ต้องใช้ออกซิเจนจากอากาศหรือน้ำจึงจะสามารถมีชีวิตและแพร่ขยายพันธุ์ได้เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในการย่อยสลายอินทรีย์สารหรือให้สารอาหารเป็นอาหารแก่แพลงก์ตอนพืชและสัตว์ เป็นจุลินทรีย์ที่อ่อนแออยู่ในสถานที่ค่อนข้างสะอาดและพีเอชประมาณ 7-8
-กลุ่มสองเป็นกลุ่มที่ไม่ต้องใช้ออกซิเจนจากอากาศและน้ำเพราะสามารถดึงเอาออกซิเจนจากสารประกอบที่มีออกซิเจนเป็นตัวประกอบมาใช้ในกิจกรรมการแพร่ขยายพันธุ์และสารย่อยสลายในสถานที่น้ำขาดออกซิเจนและก๊าซพิษ เช่นคาร์บอนไดออกไซด์ ไนไตรท์ มีเทน และไฮโดรเจนซัลไฟด์ เป็นตัวทำให้เกิดสภาวะขาดออกซิเจนในบ่อเลี้ยงกุ้งจุลินทรีย์กลุ่มนี้มักเกิดในสภาพที่เลว เช่น พีเอชสูงเกิน 8.0 ขึ้นไป มีก๊าซพิษต่างๆมาก และกลุ่มนี้มักจะเป็นโรคของกุ้งด้วย การเน่าย่อยสลายจะเกิดอยู่ตรงบริเวณที่มีของเสียสะสม คือบริเวณก้นบ่อโดยเฉพาะตรงบริเวณกลางบ่อบริเวณนี้จำต้องมีออกซิเจนอย่างเพียงพอ
2. ก๊าซพิษอื่นๆ ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนีย ไนไตรท์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์
3. อุณหภูมิ เป็นตัวกระตุ้นการแพร่พันธุ์และเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ อุณหภูมิที่พอเหมาะคือ 30-40 องศาเซลเซียส
4. สารพิษ ได้แก่ ปูนขาว, กรด, ยาฆ่าเชื้อนานาชนิด, ยาปฏิชีวนะ และคลอรีน เป็นตัวฆ่าทำลายจุลินทรีย์ได้ ซึ่งปัญหาการเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรที่ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากใช้สารพิษกลุ่มนี้มากเกินพอดี ด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากความถูกต้อง
5. แสงแดดและความชื้น
6. ธาตุอาหารต่างๆ

ประโยชน์ในการใช้จุลินทรีย์
1. ช่วยย่อยสลายสิ่งขับถ่ายและเศษอาหารเหลือที่สะสมในน้ำและก้นบ่อ ทำให้ปริมาณของเสียเหล่านี้มีน้อยลง ทำให้สภาพน้ำดี ไม่เกิดโรคระบาดในบ่อได้ง่าย
2. รักษาสภาพน้ำให้คงที่ สามารถควบคุมชนิดแพลงก์ตอนสีเขียวให้อยู่ได้ยาวนาน การที่บ่อมีแพลงก์ตอนคงที่จะทำให้คุณภาพทางเคมีของน้ำดีด้วย
3. จุลินทีรย์บางชนิดควบคุมการเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งจะทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาดในบ่อกุ้งได้

เมื่อใดจึงจะใช้จุลินทรีย์
1. สภาพแหล่งน้ำที่ใช้เลี้ยงกุ้งมีมลภาวะปนเปื้อนอย่างรุนแรงหรือในฤดูกาลที่ดินฟ้าอากาศวิปริต เช่น ฝนแล้งจัด อากาศเย็น การเลี้ยงตามฤดูกาลในฤดูฝนชนหนาวหรือแล้งชนฝน
2. เมื่อบ่อมีสภาพเก่าให้เลี้ยงกุ้งมานานๆ สภาพดิน พื้นบ่อเลวลง ขาดสมดุลทางธรรมชาติ มีกลิ่นเน่าเหม็น พื้นบ่อมีสำดำ
3. มีการเลี้ยงกุ้งด้วยอัตราการปล่อยกุ้งที่ค่อนข้างหนาแน่น ทำให้มีการให้อาหารปริมาณมาก
4. ในการเลี้ยงที่มีน้ำจำกัดหรือระบบน้ำที่ใช้ยังไม่สมบูรณ์ ใช้น้ำหมุนเวียนเร็วเกินไป น้ำที่ใช้แล้วจะนำมาใช้ใหม่มีการฟักตัวน้อย
5. มีความจำเป็นที่จะต้องเลี้ยงกุ้งทั้งๆ ที่ฤดูกาลเลี้ยงไม่เหมาะสมเช่น ฤดูฝน ฤดูหนาว แล้งจัด หรือฤดูที่อากาศแปรปรวน

วิธีการใช้จุลินทรีย์
       ในการใช้จุลินทรีย์ต้องมีความพร้อมและเตรียมการตั้งแต่เบื้องต้น สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้จักคุณสมบัติและการทำงานของจุลินทรีย์นั้นได้ มีข้อพึงปฏิบัติดังนี้

1. ผู้ใช้จุลินทรีย์ควรได้รับความรู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์ที่จะใช้อย่างแจ่มแจ้ง จะเป็นการศึกษาจากเอกสารหรือการรับฟังการอธิบายจากผู้รู้ ตลอดจนได้เห็นกระบวนการใช้ที่ถูกต้องด้วยตนเองก็ยิ่งดี
2. ต้องสนใจว่ามีปริมาณน้ำที่จะใช้เลี้ยงอย่างเพียงพอ อาจต้องมีการสร้างบ่อหรือสละบ่อบางส่วนเป็นที่เก็บกักน้ำเพื่อสำรวจน้ำไว้อย่างน้อย 20-30 % นอกจากนี้บ่อจะต้องไม่รั่วซึมเก็บกักน้ำได้ดี
3. มีการใช้จุลินทรีย์ตั้งแต่เตรียมบ่อและน้ำสำหรับเลี้ยงกุ้ง
4. ทุกๆครั้งที่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำแล้วต้องมีการเติมจุลินทรีย์ เพื่อทดแทนที่ลดปริมาณลงเนื่องจากการถ่ายน้ำ
5. เมื่อมีการใช้จุลินทรีย์ห้ามใส่ปูนขาวหรือสารเคมีฆ่าเชื้อ หากจำเป็นต้องใช้ก็ต้องมีการเติม จุลินทรีย์ทุกครั้งหลังการใช้สารเหล่านั้นสัก 4-5 วันหรือแน่ใจว่าไม่มีสารเหล่านั้นเหลือตกค้าง
6. ไม่ใช้จุลินทรีย์ร่วมกับการใช้ยาปฏิชีวนะ
7. ห้วงเวลาในการใช้จุลินทรีย์ประมาณ 7-10 วันต่อครั้ง ด้วยปริมาณครั้งละน้อยๆแต่มีความต่อเนื่อง
8. ยังมีความจำเป็นที่ต้องมีการควบคุมการให้อาหารอย่างเคร่งครัด อย่าให้อาหารเหลือตกค้างสะสมมากเกินไปเพราะสภาพของเสียหรือภาวะที่มีมากเกินไปจะเป็นพิษกับจุลินทรีย์ที่ใช้ได้เช่นกัน
9. ต้องมีการทดลองใช้จุลินทรีย์นั้นเสียก่อน โดยต้องเปรียบการเลี้ยงที่ใช้จุลินทรีย์และไม่ใช้จุลินทรีย์ ทั้งนี้ต้องให้สภาพการทั้งสองแบบมีความใกล้เคียงกัน จึงจะเปรียบเทียบกันได้จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคในบ่อเลี้ยงกุ้งหรือที่ไหนๆ ในธรรมชาติเราจะพบจุลินทรีย์ทั้งที่ไม่ก่อให้เกิดโรค และก่อให้เกิดโรค จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคมีหลาย
ชนิดเช่น เชื้อรา Fusarium sp. ทำให้เกิดโรคเหงือกดำ เชื้อไวรัส ทำให้เกิดโรคตัวแดงดวงขาว โรคหัวเหลือง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะพบเชื้อแบคทีเรียเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะพวกแบคทีเรียแกรมลบเช่น วิบริโอ มักจะเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคและเจริญได้ดีในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน การใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านจุลชีพในการป้องกันหรือรักษา
การติดเชื้อสามารถกระทำได้ แต่ต้องควบคู่ไปกับการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมด้วย เนื่องจากแบคทีเรียจะถูกกำจัดไปในช่วงที่ยาออกฤทธิ์ เมื่อยาหมดฤทธิ์ แบคทีเรียจะกลับมาเจริญขึ้นใหม่หากสภาพแวดล้อมยังไม่ดีพอเช่น ยังมีของเสียสะสมหรือคุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงไป ควรป้องกันโดยการทำให้กุ้งแข็งแรงอยู่เสมอ เชื้อโรคจะทำอันตรายไม่ได้โดยการรักษาสภาพแวดล้อมที่กุ้งอาศัยอยู่ จุดที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดก็คือ พื้น ก้นบ่อ ต้องสะอาด มีออกซิเจนลงไปเลี้ยงอย่างเพียงพอต่อการหายใจของกุ้งและจุลินทรีย์ก็จะทำให้เกิดการย่อยสลายสารอินทรีย์อย่างสมบูรณ์

เชื้อจุลินทรีย์ส่วนประกอบหลัก

1. Pichia Farinosa เป็น 1 ใน 5 ยีสต์หายากจากสองหมื่นกว่าชนิด มีคุณสมบัติพิเศษสามารถผลิตสารโพลี่เปปไตด์, Killer Toxins  ซึ่งทำปฏิกิริยาทำลายสารพิษต่างๆ ที่ผลิตขึ้นจากแบคทีเรียหรือเชื้อราที่อาศัยอยู่ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น Aflaoxin, Mycotoxins และ Exotoxins ให้หมดสภาพความเป็นพิษไป

การออกฤทธิ์ของสารพิษอะฟลาทอกซิน (Aflaoxin)

        การนำอาหารสัตว์ที่มีการปนเปื้อนของอะฟลาทอกซินไปเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจด้านการผลิตสัตว์น้ำ รวมทั้งผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ เช่น สัตว์มีอัตราการเจริญเติบโตลดลง อัตราการตายเพิ่มขึ้น ผลผลิตเนื้อ อัตราการตายและขยายเชื้อโรคเพิ่มมากขึ้น เบื่ออาหาร เคลื่อนไหวช้าลง

        นอกจากนี้อะฟลาทอกซินยังสามารถผ่านไปตามกระแสโลหิต เกิดการสะสมในเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ และผ่านไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ เมื่อคนบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ อะฟลาทอกซินก็สามารถถ่ายทอดสู่คนได้เช่นกัน 

การออกฤทธิ์ของสารพิษจากเชื้อรา ( Mycotoxin )

สารพิษจากเชื้อรา ( mycotoxin ) คือสารพิษธรรมชาติที่สร้างจากเชื้อรา เมื่อคนหรือสัตว์ได้รับสารพิษจากเชื้อราเข้าไป แม้ในปริมาณน้อย ก็ทำให้เกิดอาการพิษ ( mycotoxicosis ) ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้โดยการใช้ยา อาการดังกล่าวไม่สามารถถ่ายทอดจากสัตว์หนึ่งไปสู่สัตว์อื่น อาการพิษเกิดขึ้นเนื่องจากสารพิษจากเชื้อราเข้าไปทำลาย DNA , RNA และโปรตีน ทำให้เกิดพิษต่ออวัยวะต่าง ๆ แบ่งเป็น

พิษต่อตับ ( hepatotoxin ) ได้แก่ อฟลาทอกซิน ( aflatoxin )

พิษต่อไต ( nephrotoxin ) ได้แก่ ออคราทอกซิน ( ochratoxin )

พิษต่อระบบประสาท ( neurotoxin ) ได้แก่ พาทูลิน ( patulin )

พิษต่อระบบทางเดินอาหาร ( alimentary tract toxin ) ได้แก่ ไทรโคธีซีน ( trichothecene )

พิษต่อระบบฮอร์โมน ( estrogenic mycotoxin ) ได้แก่ ซีราลีโนน ( zearalenone )

พิษอื่น ๆ ( other mycotoxin )ได้แก่ เออร์กอต ( ergot )

เอ็นโดท็อกซิน (endotoxin)

สารพิษที่จะถูกปล่อยออกมา ก็ต่อเมื่อแบคทีเรียตายแล้วเท่านั้น ซึ่ง endotoxin ที่รู้จักกันทั่วไปคือ lipopolysaccharide ที่เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ของแบคทีเรียแกรมลบ ดังนั้น endotoxin จะพบได้แค่ แบคทีเรียแกรมลบ และจะถูกปล่อยออกมาเมื่อเซลล์ตาย สารพิษชนิดนี้ทนความร้อนได้เป็นสารพิษที่ถูกสร้างขึ้นและอยู่ภายในเซลล์ของเชื้อจุลินทรีย์  ปล่อยออกมาเมื่อเซลล์ถูกทำลาย มักเกิดกับแบคทีเรียชนิดกรัมลบ (gram -ve)   ออกฤทธิ์เหมือนเป็นแอนติเจน  จะจับอยู่อย่างเหนียวแน่นกับผิวของเซลล์แบคทีเรีย และเป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่ประกอบด้วยโปรตีน ลิพิด และพอลิแซ็กคาไรด์

 

2. Dekkera Bruxellensis ทำหน้าที่ย่อยแป้งและน้ำตาลเปลี่ยน เป็นกรดส้มสายชู รวมทั้งผลิตเอ็นไซม์หลายชนิด เช่น Cellulase, Hemicellulase, Xylanase, Cellubioase, Amylase, Pectinase, Lignin, Arabinase ฯลฯ ซึ่งเป็นประโยชน์กับร่างกาย

เป็นยีสต์ที่ในวงการหมักเบียร์ เรียกว่า  Spoiling Beer Yeast เพราะยีสต์ชนิดนี้จะย่อยแป้ง และน้ำตาล  เปลี่ยนเป็น กรดน้ำส้มสายชู  โดยไม่เปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์  นอกจากนี้ยังสามารถผลิตเอ็นไซม์หลายชนิด เช่น Cellulase, Hemicellulase, Xylanase, Cellubioase, Amylase, Pectinase,Lignin, Arabinase ฯลฯ

3. บาซิลลัส อะไมโลลิเควฟาเซียน (Bacillus amyloliquefaciens) 

Bacillus amyloliquefaciens เป็น แบคทีเรีย ที่สามารถผลิตสารโพลี่เปปไตท์ ชื่อ Iturin มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา(Antifungal Agent)อีกทั้งผลิต เอ็นไซม์หลายชนิด  เช่น Lipase, Amylase, Sucrase Protease, Peptidase ฯลฯ

Bacillus amyloliquefaciens เป็น แบคทีเรีย ในสกุล Bacillus ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของ เอนไซม์ BamH1 restriction enzyme นอกจากนี้ยังสังเคราะห์ แอนติบอดี โปรตีน บาสเนส ซึ่งเป็น ribonuclease ที่ ศึกษากันอย่างแพร่หลายซึ่งสร้างความซับซ้อนแน่นหนาที่มีชื่อเสียงด้วย intracellular inhibitor barstar และ plantazolicin ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ใน

มันถูกใช้ในการเกษตรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและไฮโดรโปนิกส์เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรครากเหง้าเช่น Ralstonia solanacearum , Pythium , Rhizoctonia solani ,  Alternaria tenuissima , และFusarium  

ถือเป็นแบคทีเรีย biocontrol ที่มีรากฐานและใช้ในการต่อสู้กับเชื้อโรคในพืชบางชนิดในการเกษตรการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการปลูกพืชไร้ดิน ได้รับการแสดงเพื่อให้ประโยชน์แก่พืชทั้งในดินและการประยุกต์ hydroponicการดำเนินการกับแบคทีเรีย และเชื้อราเชื้อโรคและอาจป้องกันการติดเชื้อแม้ว่า การแข่งขัน หรือการออกแข่งขันกับเชื้อโรคที่ไม่พึงประสงค์ และเป็น facultative anaerobic คือ สามารถทำงานได้ทั้งสภาวะที่มีออกซิเจนหรือไม่มีออกซิเจนเลยก็ได้ ซึ่งตัวนี้เหมาะสำหรับย่อยสลายสารอินทรีย์ที่พื้นบ่อ ทำให้มีขี้เลนน้อยลงและกำจัดกลิ่นเลนเหม็น และยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของกุ้งขาวแวนนาไมได้

คุณสมบัติ

1.คุณภาพน้ำบริสุทธิ์: ลดไนโตรเจนแอมโมเนียและไนโตรเจนในน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.ย่อยสลายเศษเหลือทิ้งด้านล่าง ทั้งเศษอาหารและมูลสัตว์น้ำ ฯลฯ

3.เพิ่มประสิทธิภาพของระบบการเพาะพันธุ์

4.ปรับจุลชีพอาศัยอยู่ในแบคทีเรียที่เป็นอันตรายจากการเจริญเติบโต เป็นโปรไบโอติกที่ปราศจากสารเคมีใด ๆ รับประกันความปลอดภัยของสัตว์น้ำส่งเสริมการส่งออกและการตลาด

5.ส่งเสริมการเจริญเติบโตและน้ำหนัก: มีเอนไซม์ย่อยอาหารวิตามินและสารอาหารสามารถส่งเสริมการสลายการใช้และการดูดซึมของสารอาหารส่งเสริมการเจริญเติบโตลดค่าอาหารและมลพิษสิ่งแวดล้อม

6.การปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เป็นธรรมชาติและปรับความสมดุลของแบคทีเรีย

 

4.Pediococcus acidilactici  เป็น  Microflora Lactic Acid Bacteria ที่ย่อยอินทรีย์วัตถุเป็น กรดแลคติก เป็นส่วนใหญ่ (Homofermentator)อีกทั้งผลิตสารโพลี่เปปไตท์ Bacteriocins(สารปฏิชีวนะที่ผลิตจากแบคทีเรีย)ที่เรียกว่า  Pediocins  มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ( Gram Negative Bacteria )ได้หลายชนิด เช่น  Salmonella sp., E. coli, Pseudomonas sp., Vibrio cholerae เป็นต้น และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก(Gram positive Bacteria)หลายชนิดเช่น Clostridium perfiengens, Clostridium botulinum, Staphylococcus aureus, Listeria monocytogens เป็นต้น ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายคนและสัตว์น้ำ มักใช้ในผักหมักดองนมผลิตภัณฑ์และเนื้อสัตว์ 

ใช้ความเป็นปรปักษ์กับจุลินทรีย์อื่น ๆ รวมถึงเชื้อโรคในกระเพาะอาหารโดยผ่านการผลิตกรดแลคติค ทำลายเชื้อโรคในกระเพาะอาหารสัตว์น้ำ

Pediococcus acidilactici  มีประโยชน์หลากหลาย แม้ว่าจะมีการใช้เป็นอาหารเสริมโปรไบโอติกในการรักษาอาการท้องผูกท้องเสียบรรเทาความเครียดและเพิ่มการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันระหว่างนกและสัตว์ขนาดเล็ก โรคลำไส้เล็กโดยเชื้อโรคเช่น Shigella spp., Salmonella spp., Clostridium difficile และ Escherichia coli ในหมู่สัตว์ขนาดเล็ก สามารถทำหน้าที่เป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกันได้ให้กับสัตว์น้ำที่เลี้ยงได้ดีมาก สร้างเอ็นไซม์เพื่อย่อยสลายน้ำตาล เช่นกลูโคส และผลิตกรดแลคติก กรดแลคติกที่เป็นผลผลิตจากจุลินทรีย์ นี้ สามารถรวมตัวกับไนไตรท์ ได้เป็นกรดไนตริก ซึ่งเป็นสารที่มีความคงตัว ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และสัตว์น้ำ นอกจากนี้กรดแลคติก ยังเป็นบัฟเฟอร์ในน้ำ ช่วยรักษา pH ของน้ำให้คงที่ ช่วยป้องกันการเกิด และการสะสมไนไตรท์ภายในบ่อเลี้ยงกุ้ง

ผลิตกรดแลคติก  ผลิตสาร Pediocin มีคุณสมบัติในการยับยั้ง และทำลายเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคได้เป็นอย่างดี ผลิตเอ็นไซม์ มีคุณสมบัติในการย่อยสลายของเสียที่เกิดจากการเลี้ยงกุ้ง เช่น เศษอาหาร, ขี้กุ้ง,ซากแพลงก์ตอน สาหร่าย ตะไคร่น้ำ  ช่วยบำบัดคุณภาพน้ำ ควบคุมสีน้ำให้คงที่ มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายของเสียที่พื้นบ่อ ช่วยให้พื้นบ่อสะอาด ลดการสะสมของแอมโมเนีย ไนไตรท์ และก๊าซไข่เน่า

5. Pediococcus Pentosacceus  เป็น Microflora Lactic Acid Bacteria  ที่มักพบในทางเดินอาหาร ลำไส้ใหญ่ย่อยอินทรีย์สารให้เป็น Lactic Acid อีกทั้งผลิตสารโพลี่เปปไตท์ Bacteriocins ที่เรียกว่า Pediocins มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อทั้งแบคทีเรียแกรมลบและแกรมบวกหลายชนิด รวมทั้ง เชื้อราที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์และสัตว์ และยังสามารถผลิต ไวตามินบี ได้อีกหลายชนิดเช่น  Salmonella sp., E. coli, Pseudomonas sp., Vibrio cholerae  เป็นต้น   
และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก  ( Gram positive Bacteria) หลายชนิดเช่นClostridium perfiengens, Clostridium botulinum, Staphylococcus aureus, Listeria monocytogens เป็นต้น.  ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายคนและสัตว์และผลิตไวตามินบี หลายชนิด 

จุลินทรีย์ Pediococcus pentosaceus ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นโปรไบโอติคสำหรับกุ้งกุลาดำ

Pediococcus pentosaceus เป็น Microflora Lactic Acid Bacteria  ที่มักพบในทางเดินอาหาร ลำไส้ใหญ่  สามารถย่อยอินทรีย์สารให้เป็น Lactic Acid อีกทั้งผลิตสารโพลี่เปปไตท์  Bacteriocins   (สารปฏิชีวนะที่ผลิตจากแบคทีเรีย)  ที่เรียกว่า  Pediocins  มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ (Gram Negative Bacteria)ได้หลายชนิด เช่น  Salmonella sp., E. coli, Pseudomonas sp., Vibrio cholerae  เป็นต้น   
และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก  ( Gram positive Bacteria) หลายชนิดเช่นClostridium perfiengens, Clostridium botulinum, Staphylococcus aureus, Listeria monocytogens เป็นต้น.  ผลิตไวตามินบี หลายชนิดที่เป็นสารจำเป็นสำหรับสัตว์น้ำ 

เชื้อ แบคทีเรียแกรมลบ ที่เป็นสาเหตุของโรคเรืองแสง ตัวแดง เหงือกบวมน้ำ ตับอักเสบ ตับติดเชื้อแบคทีเรียเรื้อรัง ช่วยลดความเครียด ทำให้การเจริญเติบโตดี กุ้งกินอาหารเพิ่มขึ้น และมีความต้านทานต่อโรคได้ดี

6.บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ผลิตเอนไซม์หลายชนิดทำให้บ่อเลี้ยงมีเอนไซม์สำหรับย่อยสลายสารอินทรีย์ ซึ่งตกค้างที่ก้นบ่ออย่างเพียงพอ และ Bacillus subtilis ยังผลิตแบซิทราซิน ซึ่งเป็นสารต้านจุลชีพที่ยับยั้งเชื้อโรคได้หลายชนิด และเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของกุ้ง เป็นพวกโปรไบโอติกเมื่อกุ้งกินเข้าไปจะมีประโยชน์ การทำงานของ Bacillus subtilisจะย่อยสลายสารอินทรีย์ที่เกิดจากเศษอาหารและการขับถ่ายของเสียของกุ้งให้กลายเป็นแอมโมเนีย แต่แอมโมเนียเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นไนไตรต์และไนเตรต โดยแบคทีเรียอีกกลุ่มที่ชื่อ Nitrifrying bacterium ซึ่งสุดท้ายจะได้ไนเตรตที่ไม่เป็นอันตรายต่อกุ้ง

เชื้อจุลินทรีย์ บาซิลลัส  ซับทีลิส  (Bacillus  Subtilis)  ( BS)

คุณสมบัติพิเศษของ บาซิลลัส ซับทิลิส

ลักษณะของเชื้อ Bs เป็นแบคทีเรียแกรมบวก สามารถสร้างแคปซูล(capsule) ได้ สามารถสร้างแอนโดสปอร์ (endospore) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญได้ดีแหล่งที่อยู่อาศัยพบได้ทั่วไปในดิน

1.มีอัตราการแพร่พันธ์เร็ว ขยายตัวทดแทนรวดเร็ว ในช่วงเวลา 4 ชั่วโมงเพิ่มปริมาณจำนวนได้เป็นแสนเท่า เชื้อมาตรฐานสามารถขยายปริมาณได้ถึง 6 เท่าตัว

2.เชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส มีชีวิตที่ทนทาน ในสภาพที่ปลอดจากความชื้น สามารถทนต่ออุณหภูมิต่ำ–-60และทนต่ออุณหภูมิที่สูงถึง +280 โดยไม่เป็นอะไร ทนต่อสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด และด่าง ทนทานต่อยาฆ่าเชื้อ ชอบอากาศออกซิเจน แม้อับอากาศออกซิเจนก็มีชีวิตรอดอยู่ได้

3.มีขนาดใหญ่ ใหญ่กว่าเชื้อแบคทีเรียอื่นๆถึง 4 เท่า ครอบครองพื้นที่ได้มั่นคงกว่า จึงเป็นตัวควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ก่อเกิดโรคอื่นๆได้โดยปริยาย    

คุณสมบัติ

1. รักษาความชื้นได้อย่างแข็งขัน โดยการฟอร์มตัวเป็นแผ่นฟิล์ม PGA  บางๆบนพื้นผิวดิน ป้องกันการสูญเสียความชื้น (น้ำ) และปุ๋ยในดินได้เป็นอย่างดี

2. มีพลังในการย่อยสลายที่เข้มข้น เมื่อมีการแพร่ขยายตัวในขณะเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งปลดปล่อยน้ำย่อยออกมาย่อยมวลโมเลกุลที่มีขนาดใหญ่ให้สลายตัวแตกออกเป็นโมเลกุลที่เล็กลงๆ

3. สามารถรังสรรค์ สารอินทรีย์ต่างๆได้อย่างหลากหลาย แล้วรวมตัวกันเป็นกรดอินทรีย์ เอ็นไซม์ และสารที่ว่องไวในทางชีวะอินทรีย์ รวมทั้งเป็นสารอาหารที่ใช้ประโยชน์ได้หลายชนิด

4. มีพลังการรุกล้ำยึดครองพื้นที่ได้อย่างเข้มแข็ง จึงมีศักยภาพในการกีดกันการขยายตัวของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคได้เป็นอย่างดี

5.สามารถกำจัดกลิ่นเหม็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ    สามารถขจัดกลิ่นของสารประกอบอินทรีย์พวกกำมะถัน ไนโตรเจน ทำให้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมสะอาดขึ้น ดีขึ้น  

7. บาซิลลัส แมกกาทีเรียม (Bacillus megaterium) เป็นกลุ่มที่ใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพ มีความสามารถในการย่อยสลายฟอสเฟต ทั้งจากไขมันและจากแร่ธาตุในดิน ทำให้มีสารประกอบฟอสเฟตละลายน้ำออกมา เป็นประโยชน์แก่แพลงก์ตอนพืช และยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตและยับยั้งการทำลายเม็ดเลือดของเชื้อ V.harvei ได้เป็นอย่างดี

8.บาซิลลัส ไลเคนิเฟอร์มิส (Bacillus lichenifomis) เป็น facultative anaerobic คือ สามารถทำงานได้ทั้งสภาวะที่มีออกซิเจนหรือไม่มีออกซิเจนเลยก็ได้ ซึ่งตัวนี้เหมาะสำหรับย่อยสลายสารอินทรีย์ที่พื้นบ่อ ทำให้มีขี้เลนน้อยลงและกำจัดกลิ่นเลนเหม็น และยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของกุ้งขาวแวนนาไมได้อีกด้วย  เป็นแบคทีเรียที่ทำการคัดแยกมาจากดิน เป็นจุลินทรีย์ที่สามารถปรับตัวได้ดีกับสภาพแวดล้อมที่เป็นด่างสูงได้ดี ผลิตเอนไซม์โปรติเอสที่สามารถทนต่อความเป็นกรดด่าง และยังสามารถย่อยสลายอินทรีย์ได้ดีทั้งในสภาพที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจนโดยเฉพาะสามารถย่อยโปรตีนที่มีโครงสร้างซับซ้อนที่ย่อยสลายได้ยาก เช่น เคราติน (Keratin) ได้อีกด้วย สามารถยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคได้ 70% เอนไซม์ที่สามารถผลิตได้ protease, amylase, lipase และ gelatinase

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม

มีปัญหาเรื่องการสั่งซื้อสินค้า กรุณา ติดต่อกับทางร้าน เกี่ยวกับรายละเอียดในการชำระเงิน

ธ.กรุงเทพ สาขาบางเลน สะสมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขานครปฐม ออมทรัพย์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

รายการสินค้า

     สั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา    

      ผ่านทาง     line id:@kaset   

           เพิ่มเพื่อน

ค้นหารหัสพัสดุ

  • ค้นหา
*ใส่ order id หรือ email ที่ใช้ในการสั่งซื้อ
ดูรหัสพัสดุทั้งหมด »

ติดตามสินค้า

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม2,038,868 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด1,369,679 ครั้ง
ร้านค้าอัพเดท22 ก.ค. 2561

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
ตะกร้าของฉัน (0)
มีสินค้าทั้งหมด 0 ชนิด 0 ชิ้น
0 บาทราคาสินค้าทั้งหมด
(ยังไม่รวมค่าจัดส่ง)
สั่งซื้อสินค้า
ตะกร้า
( 0 )
รายการสั่งซื้อของฉัน
เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
รายการสั่งซื้อของฉัน
ข้อมูลร้านค้านี้
ร้านสวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
สวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
ให้คำแนะนำปรึกษา ระบบการทำเกษตร ออกแบบระบบสวน เกษตรปลอดสาร เกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารเคมีอันตราย ฯลฯ
เบอร์โทร : 0941908875
อีเมล : kasetkawna@hotmail.com
ส่งข้อความติดต่อร้าน
เกี่ยวกับร้านค้านี้
บันทึกเป็นร้านโปรด
Join (สมัครสมาชิกร้าน)
แชร์หน้านี้
แชร์หน้านี้

TOP เลื่อนขึ้นบนสุด
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก