lnwshop logo

 สามารถสั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา     ผ่านทาง     line id :@kaset  

สั่งซื้อสอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมีอันตรายผ่านระบบ Line

โดยเพียงกดปุ่ม Add Friends ด้านล่างของเราได้เยค่ะ 

           เพิ่มเพื่อน

เขียว คีเลต สารอาหารรวมฉีดพ่นทางใบ

เขียว คีเลต สารอาหารรวมฉีดพ่นทางใบ
เขียว คีเลต สารอาหารรวมฉีดพ่นทางใบ thumbnail 1เขียว คีเลต สารอาหารรวมฉีดพ่นทางใบ thumbnail 2เขียว คีเลต สารอาหารรวมฉีดพ่นทางใบ thumbnail 3เขียว คีเลต สารอาหารรวมฉีดพ่นทางใบ thumbnail 4
หมวดหมู่ สารสกัด ขยายเซลล์พืช
ราคา 150.00 บาท
น้ำหนัก 50 กรัม
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
แก้ไขล่าสุด 7 เม.ย. 2561
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ชิ้น
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!

สารคีเลต(chelating agent) ก็คือสารอินทรีย์เคมีซึ่งสามารถจะรวมและคุ้มกันไม่ให้มีการตกตะกอน ของพวกแคตไอออนบางชนิด รวมทั้งจุลธาตุอาหารที่เป็นบวกทั้งสี่ คือเหล็ก แมงกานีส ทองแดง และสังกะสีด้วย ปฏิกิริยาการรวมนี้เรียกว่า chelation และผลที่ได้จากปฏิกิริยาคือ คีเลต(chelate) 

ซึ่งสารอินทรีย์สามารถจับกับแร่ธาตุประจุบวก ได้แก่ เหล็ก สังกะสี ทองแดงโคบอลต์ แมงกานีส โดยสารคีเลตจะล้อมแคตไอออนหรือประจุบวกของธาตุที่เป็นโลหะไว้ เป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่มีโลหะถูกจับอยู่ในโมเลกุลไม่เปิดโอกาสให้ประจุลบจากที่อื่นเข้าทำปฏิกิริยาได้ โดยจะใช้สารอินทรีย์จากธรรมชาติ เมื่อนำมาใช้กับปุ๋ยก็หมายถึง สารอินทรีย์สังเคราะห์ที่มีธาตุอาหารเสริมซึ่งมีประจุบวก (cation) ได้แก่เหล็ก สังกะสี ทองแดง และแมงกานิส เป็นต้นรวมอยู่ในโครงสร้างการเชื่อมโยงของอินทรีย์สารเหล่านี้ ทำให้  เขียว คีเลต มีโครงสร้างเป็นวงแหวนด้วย จึงป้องกันไม่ให้ธาตุอาหารเกิดการตกตะกอน พืชจึงสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างสะดวก อย่างเมื่อนำไปผสมกับน้ำ ก็ไม่เกิดตะกอนระหว่างสารที่มีอยู่แล้วในน้ำกับสารหรือธาตุที่เรานำไปผสมในน้ำ เมื่อฉีดพ่นทางใบ พืชก็ดูดซึมได้ง่าย หากธาตุอาหารที่เกาะติดกับสารโลหะบวก(ในคีเลตบางชนิด) พืชต้องทำการแยกธาตุอาหารออกจากคีเลตก่อน เพราะโลหะบวกพวกนั้นไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อพืช ทำให้พืชได้กินธาตุอาหารยาก ต่างกับ เขียว คีเลตที่เป็นอินทรีย์สารสังเคราะห์ ซึ่งตัวคีเลตก็เป็นประโยชน์กับพืชอยู่แล้ว

สารอาหาร คีเลตยังมีประโยชน์สำหรับใช้ฉีดพ่นทางใบ ปกติใบพืชมีการสร้างไขมันเคลือบใบ และพบในพืชบางชนิดจะเคลือบอยู่ที่ผิวของผลไม้ใบไม้และก้าน ทำหน้าที่ป้องกันการสูญเสียน้ำของพืช   ป้องกันการทำลายจากเชื้อราและศัตรูขนาดเล็ก ป้องกันความร้อนและรังสี สารเหล่านี้จะทำให้ น้ำและอนินทรีสารหรือสารเคมีฉีดพ่นทางใบทั่วไปนั้นยากที่จะเจาะเข้าไปในใบ สารคีเลตที่เคลือบธาตุอาหารเสริมและธาตุอาหารรองของพืชสามารถเจาะผ่านไขมันบนใบพืชได้รวดเร็ว ทำให้พืชที่ได้รับธาตุอาหารที่สารคีเลทเคลือบอยู่ดังนั้น เขียว คีเลต จึงสามารถปล่อยธาตุอาหารเหล่านั้นได้อย่างทันทีโดยพืชจะได้ประโยชน์จากคีเลตที่เป็นสารอินทรีย์จากธรรมชาติและธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมโดยตรง

ดังนั้นการใช้ เขียว คีเลต จึงประหยัดและให้ประสิทธิภาพที่คุ้มค่าและได้ผลดีกว่าสารเคมีทั่วๆไปที่ไม่มีสารคีเลตรวมอยู่ด้วย

 

คุณสมบัติ : เขียว คีเลต

1.เป็นอาหารรองและธาตุอาหารเสริมของพืชถูกห่อหุ้มด้วยสารคีเลต ทำให้พืชดูดซึมได้มากกว่าและเร็วกว่าผ่านไขมันพืชได้สะดวก ใช้ฉีดพ่นได้ทุกช่วงของพืช ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด

2.ช่วยป้องกันโรคพืชที่มีสาเหตุมาจากการขาดธาตุอาหารรองและเสริมในกลุ่มโลหะเช่น ป้องกันผลผลิตเสียหาย(ผลร่วงใบเหลืองร่วงใบด่าง ใบม้วน ยอดหงิกใบแก้ว ใบเหลือง ใบลีบ ยอดขาว เป็นต้น

3.ป้องกันการขาดธาตุอาหารพืชจากสภาพอากาศแปรปรวน  อากาศแล้งจัด ทำให้พืชสมบูรณ์แข็งแรง ผลผลิตมากและมีคุณภาพสูง  ใช้ได้กับการปลูกพืชปลอดสารพิษพืชอินทรีย์และพืชสวนทั่วไป ใช้ได้ทั้งกับไม้ผลผักพืชไร่ ไม้ดอกและไม้ประดับ  

4. เพิ่มน้ำหนักเนื้อแน่น ผิวพืชและผลมีความยืดหยุ่น ยืดอายุผลผลิตหลังเก็บเกี่ยว เพิ่มความแข็งแรงให้ต้นพืช ยืดอายุให้ผลผลิตยาวนาน ส่งเสริมการเจริญเติบโต ใบเขียวทน หนา ใหญ่ ต้นแกร่ง เปอร์เซ็นต์แป้งขึ้นเร็ว เพิ่มความหวาน  เพิ่มคุณภาพผลผลิต เร่งสีสันดอกและใบใหญ่ได้คุณภาพต้นสดชื่นไม่โทรมขยายช่อดอก ช่อรวง ขยายขนาดของผล

5.ธาตุอาหารพืช เหล็ก สังกะสี แคลเซียม แมกเนเซียม แมงกานีส โบรอน โมลิดีนัม ทองแดง ได้ถูกคำนวณสัดส่วนอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับพืช อยู่ในรูปสารละลายคีเลตพร้อมใช้งานลดปัญหาการผสมสารหลายตัวและต้องฉีดพ่นบ่อยครั้ง ลดเวลาในการใช้ของเกษตรกรและบางครั้งอาจผสมในสัดส่วนที่ไม่เหมาะสมจนพืชไม่สามารถนำไปใช้งานได้ หรือมีผลเสียกับพืชในที่สุด

6. มีเสถียรภาพมากกว่าในการฉีดพ่นหรือผสมรวมกับสารฉีดพ่นทางใบอื่นๆ เนื่องจาก ธาตุอาหารที่ถูกปกป้องโดยคีเลตติ้งเอเจนต์จะไม่ทำปฏิกิริยากับธาตุอื่นๆที่ ทำให้ธาตุอาหารพร้อมใช้อยู่ได้นานกว่า ปลดปล่อยสารอาหารอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่าไม่สลายตัวเมื่อเมื่อเจือปนอยู่ในรูปสารละลาย

7. ได้ประสิทธิภาพที่สูงสุดด้วยปริมาณการใช้ที่ต่ำกว่า เนื่องจากธาตุอาหารในรูปคีเลตทำให้พืชสามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมด ละลายน้ำได้ดีและมีความเสี่ยงต่ำกับปัญหาดินเค็ม

 8. ง่ายทั้งการใช้งาน การขนส่ง และการเก็บรักษา

 

ส่วนประกอบ : เขียว คีเลต

EDTA chelate +อนินทรีย์สาร

ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม เช่น 

แมกนีเซียม (MgO) ,เหล็ก (Fe ),ทองแดง (Cu ),โคบอลท์ (Co) ,แมงกานีส (Mn) ,สังกะสี (Zn) ,โบรอน (B) ,โมลิบดินัม (Mo) 

อัตราการใช้

5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร 1ซอง50กรัมใช้ผสมน้ำได้ 200ลิตร ฉีดพ่นเป็นละอองเล็กๆ พอเปียกทั่วใบและทุกส่วนของพืช

วิธีการทำ เขียว คีเลต ชนิดน้ำ

เติมเขียวคีเลตจำนวน2ซอง (100กรัม)ลงในขวดขนาด1ลิตรเติมน้ำสะอาด1ลิตร(1000ซีซี)  กวนให้เข้ากัน อัตราการใช้ เขียว คีเลต น้ำ    50ซีซี/น้ำ20ลิตร 

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

1.ในการฉีดพ่น ควรฉีดพ่นช่วงเช้าหรือเย็น ที่แดดไม่จัด อากาศไม่ร้อน ลมไม่พัดแรงและคาดว่าฝนจะฝนตก ต้นพืชต้องไม่เหี่ยวเฉาหรือขาดน้ำใช้ร่วมกับสารจับใบคุณภาพสูง

2.ไม่ควรฉีดพ่นจนเปียกโชก เพราะจะเป็นการสูญเสียปุ๋ยโดยไม่จำเป็น และไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนด สามารถใช้รวมกับสารชีวภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพืช และโรคพืช เช่น บิวเวอร์เรีย , เมธาไรเซียม ,พาซิโลมัยซิส , บีที , ไตรโคเดอร์มา , บีเอส เป็นต้น

3.สามารถผสมรวมกับสารเคมีหรือ สารอินทรีย์สกัดต่างๆได้ โดยลด เขียว คีเลต เหลือ3กรัมต่อน้ำ 20ลิตร

 

ความสำคัญของธาตุอาหารพืช

ธาตุอาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพืชมีบทบาทสำคัญต่อขบวนการสังเคราะห์แสงทำให้เอนไซม์ทำงานได้ตามปกติและเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในขบวนการเมตาโบลิซึมขบวนการที่เซลล์หรือจุลินทรีย์ใช้สารอาหารมาเสริมสร้างการดำรงชีวิตและส่วนประกอบของโครงสร้างหรือไปแตกตัวสารต่างๆของเซลล์ให้อยู่ในรูปที่มีหน้าที่เฉพาะ

ธาตุอาหารพืชแบ่งเป็นธาตุอาหารหลักธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมซึ่งธาตุอาหารในแต่ละกลุ่มจะมีหน้าที่สำคัญแตกต่างกันออกไปดังนี้

1.1 ธาตุอาหารหลักมีหน้าที่สำคัญคือ

1) ธาตุไนโตรเจน ( N ) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกรดอะมิโนโปรตีนนิวคลีโอไทด์และคลอโรฟีลซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้มีความสำคัญต่อขบวนการเมตาโบลิซึมของพืช

2) ธาตุฟอสฟอรัส ( P ) มีหน้าที่เกี่ยวกับการถ่ายเทพลังงานซึ่งเป็นขบวนการทางสรีรวิทยาที่สำคัญอย่างยิ่ง

3) ธาตุโพแทสเซียม ( K ) มีความจำเป็นต่อการเคลื่อนที่ของธาตุอาหารและสารบางชนิดในพืชควบคุมการเปิด-ปิดของปากใบและเป็นธาตุที่กระตุ้นให้เอ็มไซม์ทำงาน

1.2 ธาตุอาหารรองมีหน้าที่สำคัญคือ

1) ธาตุกำมะถัน ( S ) มีหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างโปรตีนและเป็นส่วนประกอบของกรดอะมิโนบางชนิดโปรตีนและโคเอ็มไซม์อีกด้วย

. 2) ธาตุแคลเซียม ( Ca ) มีหน้าที่เกี่ยวกับความแข็งแรงของเนื้อเยื่อพืชและเป็นธาตุที่กระตุ้นให้เอ็มไซม์บางชนิดทำงาน

3) ธาตุแมกนีเซียม ( Mg ) มีหน้าที่ในการใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นประโยชน์และเป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์นอกจากนั้นยังเป็นตัวกระตุ้นให้เอ็มไซม์ทำงานเช่นเดียวกับแคลเซียม

1.3 ธาตุอาหารเสริมมีหน้าที่สำคัญคือ

1) ธาตุเหล็ก ( F e) เป็นส่วนประกอบของเหล็กพอไฟรีนและเฟอริด๊อกซินซึ่งเป็นสารที่สำคัญในขบวนการถ่ายเทอิเล็กตรอนของพืช

2) ธาตุแมงกานีส ( Mn ) มีหน้าที่เกี่ยวกับปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นและรีดัคชั่นในขบวนการเคลื่อนย้ายอิเล็กตรอนและเป็นตัวกระตุ้นให้เอ็มไซม์ทำงาน

3) ธาตุสังกะสี ( Zn ) มีหน้าที่เกี่ยวกับขบวนการเมตาโบลิซึมของอ๊อกซินซึ่งเป็นสารที่ควบคุมการเจริญเติบโตของพืชธาตุสังกะสียังมีหน้าที่ในการสร้างนิวคลีโอไทด์และเป็นส่วนประกอบของเอ็มไซม์ดีไฮโดจีเนสอีกด้วย

4) ธาตุทองแดง ( Cu ) มีหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างสารลิกนินและเป็นส่วนประกอบของเอ็มไซม์ ascobic acid oxidase

5) ธาตุโบรอน ( B ) มีหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างการใช้และการเคลื่อนย้ายนิวคลีโอไทด์ซึ่งเป็นสารที่สำคัญมากในขบวนการต่างๆทางสรีรวิทยาของพืชเช่นขบวนการที่ก่อให้เกิดพลังงาน

6) ธาตุโมลิบดีนัม ( Mo ) มีหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างโปรตีนในพืชชนิดต่างๆและการตรึงไนโตรเจนจากอากาศของพืชตระกูลถั่วโดยเป็นส่วนประกอบของเอ็มไซม์ไนเตรทรีดัคเตสและไนโตรจีเนส

7) ธาตุคลอรีน ( Cl ) มีหน้าที่ช่วยให้ประจุไฟฟ้าในเซลล์พืชเป็นกลางและเซลล์มีความเต่งน้ำ

2. ลักษณะการขาดธาตุอาหารของพืช

ลักษณะการขาดธาตุอาหารของพืชเป็นผลจากการที่พืชมีขบวนการเมตาโบลิซึมที่ผิดปกติลักษณะอาการที่พืชแสดงให้เห็นนั้นอาจชัดเจนบ้างหรือไม่ชัดเจนบ้างขึ้นอยู่กับความต้องการธาตุอาหารของพืชแต่ละชนิดและปริมาณของธาตุอาหารที่พืชสามารถนาไปใช้ได้การที่ธาตุอาหารของพืชมีปริมาณไม่เพียงพอหรือไม่สามารถทาหน้าที่ได้เนื่องจากถูกจากัดด้วยปัจจัยหลายประการซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับลักษณะการขาดธาตุอาหารของพืชถ้าพืชขาดแคลนธาตุอาหารอย่างมากพืชจะแสดงอาการออกมาให้เห็นชัดเจนแต่ถ้าพืชขาดแคลนธาตุอาหารปานกลางอาการที่แสดงออกมาอาจเห็นไม่ชัดเจนจึงจาเป็นต้องอาศัยความรู้เรื่องบทบาทของธาตุอาหารมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเพื่อจะได้ตัดสินได้ว่าพืชขาดธาตุอะไร

2.1. ลักษณะการขาดธาตุอาหารหลัก

1) ขาดธาตุไนโตรเจนพืชจะเจริญเติบโตช้าเนื่องจากขบวนการสร้างโปรตีนของพืชผิดปกติใบแก่ของพืชมีสีเหลืองเพราะคลอโรฟิลลดลงต่อมาใบแห้งและร่วง

2) ขาดธาตุฟอสฟอรัสต้นพืชมีขนาดเล็กลงกว่าปกติใบและต้นพืชอาจกลายเป็นสีเขียวจัดจนถึงสีม่วงเนื่องจากมีการสะสมคาร์โบไฮเดรต(แป้งมากเกินไป

3) ขาดธาตุโพแทสเซียมต้นพืชแคระแกรนและมีสีเขียวซีดใบแก่อาจมีจุดแห้งตายหรือขอบใบแห้งใบอ่อนจะมีจุดประสีแดงหรือเหลืองระหว่างเส้นใบผิวใบเป็นมันเลื่อมกว่าปกติ

2.2 ลักษณะการขาดธาตุอาหารรอง

1) ขาดธาตุกามะถันต้นพืชมีการเจริญเติบโตช้าลงเหลืองทั้งต้นซึ่งมักจะเกิดกับใบอ่อนก่อนใบอ่อนอาจจะมีสีเหลืองบริเวณระหว่างเส้นกลางใบในขณะที่เส้นกลางใบยังเขียวเป็นปกติ

2) ขาดธาตุแคลเซียมพืชมีลาต้นแคระแกรนใบอ่อนมีสีเหลืองซีดไม่มีขอบใบทาให้ใบลีบยอดไม่เจริญเนื้อเยื่อใหม่มีสีเขียวอ่อนและคดงอระบบรากไม่ดีรากสั้นหนา

3) ขาดธาตุแมกนีเซียมใบแก่มีสีเหลืองโดยขอบใบและบริเวณระหว่างเส้นใบมีสีเหลืองเห็นได้ชัดเจนอาจมีสีแดงเกิดตามแถบสีเหลืองบนใบด้วยถ้าพืชขาดธาตุแมกนีเซียมอย่างรุนแรงใบแก่ที่อยู่ตอนล่างของต้นจะตายใบ

2.3 ลักษณะการขาดธาตุอาหารเสริม

1) ขาดธาตุเหล็กใบสีเหลืองซีดโดยจะเกิดที่ใบอ่อนก่อนโดยที่เส้นใบยังคงเขียวอยู่ในขณะที่พื้นที่ระว่างเส้นใบมีสีเหลืองทาให้เกิดลวดลายของเส้นใบอย่างชัดเจนใบหนาเล็กและหยาบกระด้าง

2) ขาดธาตุแมงกานีสเกิดสีเหลืองระหว่างเส้นใบและพืชมีลำต้นแคระแกรนเมื่อเกิดอาการขาดอย่างรุนแรงจะเกิดบริเวณแห้งตายเป็นจุดๆหรือเป็นแถบ

3) ขาดธาตุสังกะสีลักษณะอาการขาดธาตุสังกะสีจะปรากฏให้เห็นชัดเจนใบพืชบางชนิดโดยทั่วไปที่ใบอ่อนจะเกิดอาการเหลืองระหว่าเส้นใบใบอ่อนมีขนาดเล็กมากบางครั้งไม่มีตัวใบเลยข้อสั้นมีลักษณะพุ่มเตี้ย

4) ขาดธาตุทองแดงจะปรากฏที่ยอดอ่อนใบอ่อนจะมีสีเหลืองและตายไปพืชผักที่ขาดธาตุทองแดงใบจะแห้งม้วนและไม่เต่งน้ำสาหรับในไม้ผลการผสมเกสรและการติดผลจะน้อยลง

5) ขาดธาตุโบรอนบริเวณที่กาลังเจริญจะตายตาอ่อนที่เพิ่งเกิดจะแตกเป็นกระจุกทำให้ยอดออกมาเป็นฝอยใบอ่อนจะหนาเป็นมันเกิดสีเหลืองบริเวณต้นก้านใบและก้านดอกอ่อนจะมีรอยแตกเป็นสีสนิมผลไม้แสดงอาการผิวแตก

6) ขาดธาตุโมลิบดีนัมใบสีเขียวซีดถึงเหลืองเจริญเติบโตช้าหรือใบอาจจะมีสีซีดและมีจุดสีน้ำตาลบนใบใบแก่ขอบใบจะไหม้

7) ขาดธาตุทองแดงพืชที่ขาดธาตุทองแดงอย่างรุนแรงจะมีสีเหลืองและแห้งตายบนบริเวณใบปลายใบจะเหี่ยวและตายในเวลาต่อมาการเจริญเติบโตของรากถูกจำกัด

3. การมีธาตุอาหารมากเกินไป

ธาตุอาหารที่พืชมีความต้องการในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้นอาจเกิดการสะสมทาให้เกิดความเข้มข้นในเนื้อเยื่อพืชสูงขึ้นจนถึงขั้นเป็นพิษกับพืชเช่นการมีธาตุโบรอนมากเกินไปทำให้พืชเกิดอาการใบเหลืองขึ้นเป็นแห่งๆเนื่องจากขาดคลอโรฟิลล์เริ่มจากปลายใบแล้วจึงลุกลามไปตามขอบใบเกิดการไหม้และใบร่วงหล่นเป็นต้น

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม

มีปัญหาเรื่องการสั่งซื้อสินค้า กรุณา ติดต่อกับทางร้าน เกี่ยวกับรายละเอียดในการชำระเงิน

ธ.กรุงเทพ สาขาบางเลน สะสมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขานครปฐม ออมทรัพย์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

รายการสินค้า

     สั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา    

      ผ่านทาง     line id:@kaset   

           เพิ่มเพื่อน

ค้นหารหัสพัสดุ

  • ค้นหา
*ใส่ order id หรือ email ที่ใช้ในการสั่งซื้อ
ดูรหัสพัสดุทั้งหมด »

ติดตามสินค้า

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม1,860,262 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด1,249,840 ครั้ง
ร้านค้าอัพเดท25 เม.ย. 2561

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
ตะกร้าของฉัน (0)
มีสินค้าทั้งหมด 0 ชนิด 0 ชิ้น
0 บาทราคาสินค้าทั้งหมด
(ยังไม่รวมค่าจัดส่ง)
สั่งซื้อสินค้า
ตะกร้า
( 0 )
รายการสั่งซื้อของฉัน
เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
รายการสั่งซื้อของฉัน
ข้อมูลร้านค้านี้
ร้านสวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
สวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
ให้คำแนะนำปรึกษา ระบบการทำเกษตร ออกแบบระบบสวน เกษตรปลอดสาร เกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารเคมีอันตราย ฯลฯ
เบอร์โทร : 0941908875
อีเมล : kasetkawna@hotmail.com
ส่งข้อความติดต่อร้าน
เกี่ยวกับร้านค้านี้
บันทึกเป็นร้านโปรด
Join (สมัครสมาชิกร้าน)
แชร์หน้านี้
แชร์หน้านี้

TOP เลื่อนขึ้นบนสุด
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก