lnwshop logo

 สามารถสั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา     ผ่านทาง     line id :@kaset  

สั่งซื้อสอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมีอันตรายผ่านระบบ Line

โดยเพียงกดปุ่ม Add Friends ด้านล่างของเราได้เยค่ะ 

           เพิ่มเพื่อน

หัวเชื้อ EM คิวเซ

หัวเชื้อ EM คิวเซ
หัวเชื้อ EM คิวเซ thumbnail 1หัวเชื้อ EM คิวเซ thumbnail 2หัวเชื้อ EM คิวเซ thumbnail 3หัวเชื้อ EM คิวเซ thumbnail 4
หมวดหมู่ EM
ราคา 90.00 บาท
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
อัพเดทล่าสุด 23 ต.ค. 2560
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ลิตร
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!

EM ย่อมาจากคำว่า Effective MicroorganismsTM หรือ กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ คือกลุ่มจุลินทรีย์ ที่ได้คัดสรรเฉพาะจุลินทรีย์กลุ่มดีมีประโยชน์ 3 กลุ่ม มาเลี้ยงรวมกันด้วยเทคนิคพิเศษ เพื่อนำมาช่วยให้เกิดมวลจุลินทรีย์ กลุ่มดีที่มีมากกว่ากลุ่มก่อโรค ไม่เป็นพิษภัยต่อสิ่งมีชีวิต ทั้งคน พืช  และสัตว์  แต่จะมีประโยชน์ต่อพืช สิ่งมีชีวิต  และสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่สำคัญ 3 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง     (Photo Synthetic Bacteria)

2 กลุ่มจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติก   (Lactic Acid Bacteria)

3. กลุ่มจุลินทรีย์ยีสต์                   (Yeasts)

ประโยชน์    1. ขจัดกลิ่นต่างๆ ในห้องน้ำ, ภายในครัวเรือน, ท่อระบายน้ำ และกองขยะ ( EM 1 ฝา ต่อน้ำ 5 ลิตร )

                   2. ขจัดคราบสกปรกเช่น เช็ดถูกพื้น, เฟอร์นิเจอร์, ตู้เย็น, เตาแก๊ส เป็นต้น ( EM 1 ฝา ต่อน้ำ 5 ลิตร )

                   3. ผสมน้ำรดต้นไม้ ( EM 1-2 ฝา ต่อน้ำ 10 ลิตร )

                   4. ผสมน้ำอาบให้สัตว์เลี้ยง ( EM 1 ฝา ต่อน้ำ 5 ลิตร )

คำแนะนำ    เก็บไว้ในอุณหภูมิปกติ ห้ามรับประทาน

 การประยุกต์ใช้ EM กับการปลูกพืช

 

                                                                      

วัสดุที่ใช้
1. EM ขยาย
2. EM โบกาฉิ หรือ ปุ๋ยคอกหมัก
3. สารเสริม เช่น EM5 ฮอร์โมนผลไม้  EM F.P.E.
            พืช อาศัยอาหารจากดิน อาหารในดินก็คือ ซากพืช ซากสัตว์ ที่ผ่านการย่อยของจุลินทรีย์แล้ว ดังนั้นแปลงปลูกพืชจะต้องยึดหลัก 3 ประการ

            1. การคลุมดิน ช่วยให้รักษาความชื้น ป้องกันวัชพืช และกลายเป็นปุ๋ย
            - แปลงเพาะปลูกพืชผัก ต้องคลุม แปลง
            - ในสวนไม้ผล จัดหาหญ้า ฟาง ใบไม้ใส่ หากมีหญ้า ก็ตัดคลุมดิน ถ้าไม่ตัดก็ปล่อยไว้ ไม่ควรใช้ยาฆ่าหญ้า
            - ในไร่ ในนา ปล่อยหญ้าฟางไว้ ไม่ควรเผา หรือกำจัด ใช้วิธีไถเพื่อกำจัด จะกลายไปเป็นปุ๋ย 

            2. ไม่ไถพรวน ยกเว้น
            - เพื่อการกำจัดวัชพืช
            - เพื่อการยกแปลงใหม่
            จะทำไร่ ทำนา หญ้าในแปลงมากมายเป็นเรื่องดี ใส่ EM โบกาฉิ พ่น EM แล้วไถพรวน หญ้าจะถูกย่อยเป็นปุ๋ย หรือไถแล้วยกแปลงเพื่อการปลูกผัก ข้าวโพด มัน อ้อย และอื่นๆ ที่ปลูกบนแปลง

            3. งดเคมี หากไม่งดจะทำให้การพัฒนาดินเป็นไปได้ช้า เพราะ
            - เคมีทำให้ดินแข็ง
            - EM ทำให้ดินร่วน
หากใช้ร่วมกับเคมีอยู่เสมอๆ ดินจะไม่พัฒนา ผลผลิตจะไม่เพิ่ม ปัญหาโรค และแมลงศัตรูพืชแก้ไม่ได้โดยวิธีธรรมชาติ

 


การปลูกผัก

            1. การเตรียมแปลง
            - ยกแปลงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
            - ใส่ EM โบกาฉิหรือปุ๋ยคอกหมัก ตารางเมตรละ 1-2 กำมือ
            - ใช้จอบสับให้ปุ๋ยเข้ากับดินก่อน คลุมแปลงด้วยหญ้า ฟางแห้ง
            - รด EM (EM ขยาย + กากน้ำตาล + น้ำ อัตราส่วน 1 : 1 : 1,000) ให้เปียกโดยทั่ว หมักไว้ก่อนไม่น้อยกว่า 7 วัน แล้วนำผักมาปลูก

            2. การปลูก
            - ปลูกด้วยเมล็ด เปิดฟางคลุมแปลงออก หยอดหรือโรยเป็นแถว แล้วคลุมฟางเหมือนเดิม ปลูกด้วยกล้าแหวกฟางปลูก แล้วทำร่มด้วย
            ดูแลให้น้ำ EM5 , EM และ EM F.P.E. สม่ำเสมอ

            3. การดูแล
            - ให้น้ำเช้า-เย็น ผสม EM ในน้ำที่ให้ ทุก 3 วัน
            - พ่น EM5 หรือ EM F.P.E. เสมอๆ ทุก 5 วัน
            ผักรากยาว เช่น แครอท ผักกาดหัว การเตรียมแปลงควรแหวะท้องหมู หรือขุดแปลงเป็นรูปตัว V ใส่อินทรียวัตถุ EM โบกาฉิ และรด EM ก่อนยกแปลง แล้วดำเนินการดังกล่าวมาข้างต้นอีกครั้ง

 


การปลูกไม้ผล

            ไม้ผล หรือไม้ยืนต้นอื่นๆ เช่น ยางพารา ปาล์ม ฯลฯ การเพาะปลูกและการดูแลก็คล้ายกัน เพียงแต่ว่าไม้ที่ประสงค์ดอกผล ใช้ EM โบกาฉิมูลสัตว์ (ไก่ สุกร นก) จะได้ผลดี และให้ฮอร์โมนเพิ่มเติมด้วย ไม้กำลังเจริญ หรือไม้ไม่ต้องการผล ควรใช้ปุ๋ยคอกหมัก แต่ถ้าหากใช้ EM โบกาฉิมูลสัตว์ ให้ใส่วัชพืชคลุมดินมากๆ พ่น EM F.P.E. เสมอๆ  ไม้ผลขอแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ

            1. ระยะเจริญ
            - คลุมดินให้สม่ำเสมอ
            - ใส่ EM โบกาฉิทุกเดือน หากมีน้ำหรือมีความชื้น
            - พ่น EM5 และ EM F.P.E. เสมอๆ

            2. ระยะให้ผลผลิต ใส่ EM โบกาฉิมูลสัตว์ ประมาณปีละ 4 ครั้ง
            ครั้งที่ 1 ระยะหลังเก็บผลผลิต ควรพ่น EM ด้วย
            ครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกประมาณ 3 เดือน แต่ต้องมีน้ำให้ด้วย
            ครั้งที่ 3 ก่อนผลิดอก
            ครั้งที่ 4 เมื่อติดผลเล็กๆ
ยกเว้นลำไย ระยะที่ 3-4 ให้เมื่อมีผลเล็กๆ และเมล็ดเริ่มดำ
            ข้อควรจำ
            - ใส่ EM โบกาฉิทุกครั้ง ต้องพ่นด้วย EM ขยาย กากน้ำตาล ผสมน้ำ (1 : 1 : 1,000) เสมอ
            - ไม้ที่ให้ผลผลิตทั้งปี ใส่ EM โบกาฉิทุกเดือน ให้ฮอร์โมนทุก 15 วัน ตลอด ไปรวมทั้ง EM F.P.E. ด้วย

 


พืชไร่

            พืชไร่ เป็นการเตรียมแปลงที่มีขนาดใหญ่ ต้องใช้ความพยายามดำเนินการ ดังนี้
            1. หากมีวัชพืชสูงควรตัดก่อนป่นลงบนแปลง
            2. ใช้ EM โบกาฉิไร่ละ 100-200 กิโลกรัม
            3. พ่น EM ขยาย กากน้ำตาล ผสมน้ำ (1 : 1 : 1,000)
            4. ไถ-พรวน หมักไว้ 10-15 วัน พรวนอีกครั้ง
            5. ปลูกได้

            การดูแล
            1. พ่น EM ทุกเดือน
            2. พ่น EM5, EM F.P.E. ทุก 15 วัน
            3. พืชไร่ที่ต้องการผล, ฝัก เมื่อเริ่มมีช่อดอกให้พ่นฮอร์โมนผลไม้ด้วย ทุก 10-15 วัน ตลอดไปจนกระทั่งติดผลเล็กๆ ยกเว้นพืชที่มีดอกผลตลอดปี ก็จะพ่นตลอดไปเช่นกัน เช่น พริก มะเขือ

            พืชไร่บางชนิด ให้ผลผลิตสูง คือ มีผลโต เช่น แตง ฟักทอง แคนตาลูป หลุมปลูกต้องรองก้นหลุมด้วยหญ้าฟาง มูลสัตว์ EM โบกาฉิ และ EM ก่อนปิดแปลง หรือปิดหลุม หมักไว้ก่อน 7 วัน จึงนำพันธุ์มาปลูก  เริ่มผลิดอก ใช้ EM โบกาฉิ ทุก 15 วัน และเพิ่มมากขึ้นเมื่อติดผล

            การรองก้นหลุม ทำได้ 2 ลักษณะ คือ
            1. ขุดเป็นหลุมเฉพาะต้น ก็จะรองก้นหลุมเฉพาะต้น
            2. ขุดเป็นร่องลึกยาว ใส่วัชพืช มูลสัตว์ EM โบกาฉิ EM แล้วชักร่องปิด เพื่อปลูกบนแปลงอีกครั้งหนึ่ง

 


การทำนา

อุปกรณ์
            1. EM ขยาย 20 ลิตร/ไร่
            2. EM โบกาฉิ 100 ก.ก./ไร่
            อาจมีการใช้ EM F.P.E. หรือ EM5 ฉีดพ่นประมาณเดือนละ 2 ครั้ง
            การทำนาในอดีตจะมีการไถนา 2 ครั้ง คือ ไถดะและไถแปร ไถดะเพื่อกำจัดวัชพืชที่เป็นต้น เร่งให้เมล็ดพืชงอก จึงมีการไถแปรอีกครั้ง ห่างจากระยะแรกประมาณ 20-25 วัน

            การทำนาโดยการใช้เทคโนโลยี EM ก็ดำเนินการเช่นกัน แต่เพิ่มกระบวนการสร้างจุลินทรีย์ในดินก่อน ดังนี้
            1. หว่าน EM โบกาฉิ ไร่ละ 100 กิโลกรัม
            2. พ่น EM ขยาย ไร่ละ 10 ลิตร ผสมน้ำ 500 เท่า (ถ้าดินแห้งผสมน้ำ 1,000 เท่า)
            3. ไถดะ (การไถครั้งแรก) หากพรวนด้วยจะดีมาก เป็นการไถเพื่อกลบวัชพืชให้จุลินทรีย์ใน EM ย่อย และเร่งให้เมล็ดวัชพืชงอก หมักไว้ 20-25 วัน
            4. ไถแปร เป็นการกำจัดวัชพืชที่งอกใหม่ และเพื่อทำเทือก หว่านหรือดำ หรือหยอด ตามถนัดของเกษตรกร
            5. หลังเพาะปลูก พ่น EM ขยายผสมน้ำ 500 เท่า ทุกเดือน (ประมาณ 2 ครั้งต่อรุ่น)

ข้อสังเกต
            1. ข้าวธรรมชาติจะเจริญช้า มั่นคง และแข็งแรง
            2. แม้ถึงอายุเกี่ยว หากมีความชื้น ข้าวจะไม่ตาย ใบและต้นยังเขียว หากรวงเหลืองก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ เมล็ดลีบมีต่ำมาก เพราะต้นข้าวไม่ตาย
            3. แปลงเพาะกล้าในนาดำ ไม่ควรใส่ EM โบกาฉิก่อนไถ ทำเทือกแล้วจึงใส่ และพ่น EM เพื่อให้รากลอย ถอนง่าย
            4. ไม่ควรใส่ EM โบกาฉิหลังปลูกข้าวแล้ว จะทำให้รากลอย ล้มง่าย หากจำเป็นให้ใส่ในระยะข้าวแตกกอ หรือก่อนออกรวง

 การประยุกต์ใช้ EM แบบน้ำ

 

การใช้ EM แบบน้ำ เป็นการใช้ EM หัวเชื้อโดยตรง และนำ EM หัวเชื้อ ไปประยุกต์เป็น EM ขยาย, สารขับไล่แมลง, ฮอร์โมน ฯลฯ

                                                 

            1. EM หัวเชื้อ ใช้ประโยชน์ได้ทุกอย่าง แต่บางกรณีควรใช้ EM ขยายแทน ยกเว้นในเรื่องการเลี้ยงสัตว์ การใช้ในครัวเรือน และเพื่อการหมักทุกชนิดให้ใช้ EM หัวเชื้อ ซึ่งจะมีรายละเอียดการใช้เฉพาะเรื่องนั้นๆ ต่อไป

            2. EM ขยาย เป็นการปลุกจุลินทรีย์ที่อยู่ในสภาพพักให้ตื่นขึ้น โดยการให้อาหาร ทำให้เพิ่มจำนวนเซลล์มากขึ้นๆ 
            วิธีทำ กรณีที่จะขยายในภาชนะ 1 ลิตร (ภาชนะที่ใช้ต้องมีฝาปิดสนิท) ใส่น้ำครึ่งลิตร เติม EM และกากน้ำตาล อย่างละ 40 ซีซี (4 ฝา หรือ 4 ช้อนแกง) เขย่าให้ละลาย แล้วเติมน้ำให้เต็ม ปิดฝาให้แน่น หมักไว้ 7 วัน แล้วนำไปใช้ได้ และควรใช้ให้หมดภายใน 7 วัน

            หมายเหตุ
            1. น้ำต้องสะอาด เช่น น้ำฝน น้ำบ่อ หากเป็นน้ำประปาต้องใส่ภาชนะ เปิดฝาไว้ประมาณ 1 วัน เพื่อให้คลอรีนระเหย 
            2. ภาชนะที่ใช้ในการหมักควรเป็นภาชนะที่ไม่แตกง่าย เนื่องจากจะเกิดแรงดันในระยะที่หมัก และต้องมีฝาที่ปิดสนิท เช่น ฝาเกลียว หากภาชนะไม่มีฝา ใช้พลาสติกคลุม ยางรัดแน่น
            3. คำว่า ฝาหมายถึง ฝาแกลลอน EM ขนาด 1 ลิตร

 


                                                   

 EM 5 หรือสุโตจู
          EM5 หรือสุโตจู เป็นสารป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช ฉีดพ่นเป็นประจำ พืชจะสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีแมลงศัตรูพืชรบกวน

ส่วนผสม

1.  EM                           1    ส่วน
2.  กากน้ำตาล                1    ส่วน
3.  น้ำส้มสายชูกลั่น 5 %  1    ส่วน
4.  เหล้า 35-40 ดีกรี       1    ส่วน
5.  น้ำสะอาด                  6    ส่วน

ส่วน ยึดตามภาชนะที่ใช้ตวง ภาชนะหมัก หากทำในปริมาณไม่มาก สามารถใช้ขวดน้ำอัดลมได้ แต่ควรมีลักษณะเป็นฝาเกลียว ปิดสนิท อากาศเข้าไม่ได้

วิธีทำ กรณีที่จะขยายในภาชนะ 1 ลิตร (ภาชนะที่ใช้ต้องมีฝาปิดสนิท) ใส่น้ำครึ่งลิตร เติมกากน้ำตาล น้ำส้มสายชู เหล้า และ EM อย่างละ 100 ซีซี (10 ฝา หรือประมาณครึ่งแก้ว) เขย่าให้ละลาย แล้วเติมน้ำให้เต็ม ปิดฝาให้แน่น หมักไว้ 15 วัน แล้วนำไปใช้ได้

*ต้องใช้ให้หมดภายใน เดือน

วิธีใช้ ผสมน้ำ 1,000 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ EM5 1 ฝา) ฉีดพ่น
            - พืชผัก ทุก 5-7 วัน
            - ไม้ดอก ทุก 7-10 วัน
            - พืชไร่ พืชสวน ทุก 15 วัน
            หากมีแมลงศัตรูพืชมาก ฉีดพ่นให้บ่อยขึ้น

หมายเหตุ

            1. ถ้าเป็นพืชใบแข็งใช้อัตราส่วน 500 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ EM5 2 ฝา)
            2. สามารถใช้ร่วมกับสมุนไพรต่างๆ เช่น สะเดา ตะไคร้หอม ได้
            3. ควรฉีดพ่นช่วงก่อนค่ำ หรือเช้าตรู่ 
            4. สารเอสเทอร์ที่เกิดจากการหมัก EM5 จะทำให้ระบบการย่อยอาหารของแมลงศัตรูพืชไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ท้องอืดตาย
            5. สามารถผสมสารจับใบ เช่น กากน้ำตาล นมสด น้ำว่านหางจระเข้ ใน อัตราส่วนเท่ากับ EM5 ได้


                                                   

ซูเปอร์ EM5 เป็นสารป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชเฉพาะกิจ แทน EM5 ในช่วงที่แมลงลงมาก หรือหมัก EM5 ไม่ทัน ใช้เป็นสารกดใบอ่อน และใช้ ในด้านการประมง การเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งการกำจัดเหา เห็บ หมัด รังแค ด้วย

ส่วนผสม 

1.  EM                           1       ส่วน
2.  กากน้ำตาล                1       ส่วน
3.  น้ำส้มสายชูกลั่น 5 %  1       ส่วน
4.  เหล้า 35-40 ดีกรี       2       ส่วน

ส่วน ยึดตามภาชนะที่ใช้ตวง ภาชนะหมัก หากทำในปริมาณไม่มาก สามารถใช้ขวดน้ำอัดลมได้ แต่ควรมีลักษณะเป็นฝาเกลียว ปิดสนิท อากาศเข้าไม่ได้

วิธีทำ กรณีที่จะขยายในภาชนะ 1 ลิตร (ภาชนะที่ใช้ต้องมีฝาปิดสนิท) เติมกากน้ำตาล น้ำส้มสายชู และ EM อย่างละ 200 ซีซี (1 แก้ว) และเหล้า 400 ซีซี (2 แก้ว) เขย่าให้ละลาย ปิดฝาให้แน่น หมักไว้ 24 ชั่วโมง แล้วนำไปใช้ได้

*ต้องใช้ให้หมดภายใน เดือน

วิธีใช้

            1. ผสมน้ำ 1,000 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ซูเปอร์ EM5 1 ฝา) ฉีดพ่นช่วงที่มีแมลงศัตรูพืชมาก
            2. ใช้กดใบอ่อนระยะผลิดอกออกผล เกิดใบอ่อน ผสมน้ำ 1 : 500 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ซูเปอร์ EM5 2 ฝา)
            3. ใช้แก้ปัญหาการประมง เช่น กรณีมีโรคระบาด หรือมีอาการผิดปกติของสัตว์น้ำ ใช้ซูเปอร์ EM5 ไร่ละ 3-5 ลิตร (ขึ้นอยู่กับอาการของโรค) 
            4. ใช้กำจัดเหา เห็บ หมัด และแมลงต่างๆ ที่เป็นอันตราย รวมถึงรังแคของสุนัข ผสมน้ำ 50 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ซูเปอร์ EM5 1 แก้ว) อาบ หรือฉีดพ่น
            5. สามารถใช้ร่วมกับสมุนไพรต่างๆ เช่น สะเดา ตะไคร้หอม ได้
            6. สามารถผสมสารจับใบ เช่น กากน้ำตาล นมสด น้ำว่านหางจระเข้ ในอัตราส่วนเท่ากับซูเปอร์ EM5 ได้

 


                                                 

สารสกัดพืชหมัก (EM F.P.E.)

          สารสกัดพืชหมัก (EM Fermented Plant Extract) มีคุณภาพเป็นปุ๋ย ฮอร์โมน และภูมิต้านทานโรค เป็นการนำยอดพืชที่อายุยืน แมลงไม่ชอบ โดยเก็บก่อนถูกแสงอาทิตย์ หรือเป็นพืชอื่นๆ ที่ยังอ่อนอยู่ เช่น หญ้า หน่อไม้ ผลไม้ เป็นต้น ให้ได้หลายๆ ชนิด มาหมักใช้ประโยชน์แทน EM5 ได้

ส่วนผสม

1.  ยอดพืชหลายชนิด หน่อไม้ หญ้า หรือผลไม้อ่อน(หล่น)  10  ลิตร
2.  น้ำสะอาด          10  ลิตร (ท่วมพอดี)
3.  EM                 100  ซีซี (ครึ่งแก้ว)
4.  กากน้ำตาล      100  ซีซี (ครึ่งแก้ว)
5.  น้ำทะเล หรือเกลือแกง (ถ้ามี)  1  ช้อน
อัตราส่วน โดยประมาณ

วิธีทำ 
            - สับหรือหั่นพืชที่ เป็นส่วนผสมให้ละเอียด ใส่ภาชนะหมัก 10 ลิตร เติมน้ำอีก 10 ลิตร (ท่วม พอดี)
            - เติมกากน้ำตาล 100 ซีซี หรือประมาณครึ่งแก้ว
            - เติม EM 100 ซีซี หรือประมาณครึ่งแก้ว
            - เติมน้ำทะเล 100 ซีซี เท่ากัน หากไม่มีเติมเกลือแกง 1 ช้อน
            - คนให้เข้ากันแล้วปิดไม่ให้อากาศเข้าออกได้ หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน กรองแยกน้ำและกาก ออกจากกัน กากนำไปฝังเป็นปุ๋ย น้ำใส่ภาชนะปิดฝาเก็บไว้ใช้ 

วิธีใช้ ผสมน้ำ 500 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ EM F.P.E. 2 ฝา) พ่นได้ทุกระยะ
            - ผัก 3-5 วัน/ครั้ง
            - ไม้ดอก 7-10 วัน/ครั้ง
            - ไม้ยืนต้น พืชไร่ นา เดือนละ 2 ครั้ง

ประโยชน์ เป็นปุ๋ย เป็นฮอร์โมน ทำให้ขั้วเหนียว ผลโต ยาว รสดี และมี ภูมิต้านทานโรค แมลงศัตรูพืชได้ดี ในการหมักนำพืชสมุนไพรผสมด้วยก็ได้

*ต้องใช้ให้หมดภายใน 3 เดือน

 


                                               

ฮอร์โมนผลไม้
ฮอร์โมนผลไม้ เป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่มีคุณภาพสูง สามารถเรียกราก ดอก ผลได้ดี ผลสวย รสดี และมีคุณภาพเป็นปุ๋ยด้วย โดยใช้ผลไม้สีเหลือง โดยเน้นผลไม้หาง่าย ราคาต่ำ คุณภาพดี

ส่วนผสม

1.  กล้วยน้ำหว้าสุก    2      ก.ก.
2.  มะละกอสุก          2      ก.ก.
3.  ฟักทองแก่จัด       2     ก.ก.
4.  น้ำ                    10     ลิตร
5.  EM                   40      ซีซี
6.  กากน้ำตาล        40      ซีซี

วิธีทำ
            - สับหรือหั่นผลไม้ทั้งเปลือก ทั้งเมล็ด ให้มีขนาดเล็ก
            - นำใส่ภาชนะหมัก
            - เติมน้ำสะอาด กากน้ำตาล และ EM ให้เต็มพอดี
            - คนให้เข้ากัน ปิดฝา 
            - หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน เปิดฝา ออกจะพบไขมันสีเหลืองลอยหรือติดด้านข้างภาชนะหมัก ใช้ช้อนตักใส่ภาชนะ เก็บไว้ใช้เป็นฮอร์โมนเรียกราก สำหรับกิ่งตอน กิ่งชำ
            - กรองแยกกาก - น้ำ ออกจากกัน 

            กาก นำไปเป็นปุ๋ย (ฝังดิน) หรือผสมเป็นอาหารสัตว์ อาหารปลา
            น้ำ บรรจุภาชนะไว้ใช้ เก็บได้นานไม่เกิน 3 เดือน

วิธีใช้ 
            - ผสมน้ำ 500 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ฮอร์โมนผลไม้ 2 ช้อน) พ่นระยะก่อนผลิดอกต่อเนื่องกระทั่งติดผลเล็กๆ
            - ไม้ให้ผลผลิตตลอดปี พ่นทุก 15 วัน ตลอดไป
ข้อสังเกต
            ไม่ควรนำไปใช้กับผักกินใบ และพืชระยะกำลังเจริญเติบโต เพราะจะทำให้ผลิดอกเร็ว

 


                                                 

ฮอร์โมนและสารเสริมอื่นๆ
         ยังมีอินทรียวัตถุอีกหลายชนิดที่สามารถนำมาหมักเป็นปุ๋ยหรือฮอร์โมน ที่มีประโยชน์ต่อพืชได้ เช่น ปลา ไส้ปลา หัวปลา หอยเชอรี่ รกสุกร ไข่ นมสด ฯลฯ นำมาหมักกับ EM โดยใช้ EM 1 % กากน้ำตาล 2 % คือ กรณีที่จะหมักในภาชนะ 10 ลิตร ใส่อินทรียวัตถุและน้ำ เติมกากน้ำตาล 200 ซีซี (1 แก้ว) EM 100 ซีซี (ครึ่งแก้ว) ให้พอดีกับภาชนะ หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน แล้วนำไปใช้ได้

หากอินทรียวัตถุที่นำมาหมักมีเคมีผสมมาก เช่น หอยเชอรี่ ควรเพิ่มปริมาณ EM และกากน้ำตาลให้มากขึ้น 

หลักการหมัก
            - บรรจุให้พอดีกับภาชนะ
            - ปิดฝาสนิท ไม่ให้อากาศเข้าออกได้
            - บางอย่างต้องสับหรือป่นก่อนหมัก
            - หากมีกลิ่นเหม็นต้องเพิ่ม EM และกากน้ำตาลจนกว่าจะหายเหม็น จึงนำไปใช้

วิธีใช้ ผสมน้ำ 500 เท่า (น้ำ 10 ลิตร ใช้ฮอร์โมน 2 ช้อน) ฉีดพ่นเหมือนฮอร์โมนทั่วๆ ไป แต่เน้นที่พื้นดิน จะใช้พ่นที่ใบและต้นบ้างเล็กน้อย ใช้บำรุงดินเป็นอาหารทางรากดีที่สุด
*ต้องใช้ให้หมดภายใน 3 เดือน

หมายเหตุ 
            การจะทำให้เกษตรธรรมชาติมีผลต่อการผลิดอกออกผลนอกฤดูกาล ต้องทำให้ดินสมบูรณ์ ฮอร์โมนเหล่านี้มีประโยชน์ แต่ต้องไม่ลืมบำรุงดินด้วยโบกาฉิ และมีอินทรียวัตถุคลุมดินสม่ำเสมอด้วย ในการหมักบางครั้งผสมรำละเอียดด้วยก็ให้ประโยชน์เพิ่มขึ้น บางครั้งผสมมะกรูดด้วย กลิ่นจะหอม ไม่เหม็น ไม่ทำให้คุณภาพเสื่อม

 การประยุกต์ใช้ EM  แบบแห้ง

 

อินทรียวัตถุที่แห้ง สามารถนำมาหมักกับ EM คือ
            - วัชพืช เช่น หญ้า ฟาง ใบไม้ กากอ้อย กากมัน ฯลฯ
            - มูลสัตว์ทุกชนิด เช่น โค กระบือ แพะ แกะ ไก่ สุกร นก ฯลฯ
            - เศษเหลือจากการเพาะเห็ด 

อินทรียวัตถุส่วนนี้เป็นอาหารของจุลินทรีย์ และคือปุ๋ยของพืชต่อไปเมื่อผ่านการย่อยสลาย เพื่อให้ EM แข็งแรง ทำงานได้ดี จึงมี
            - กากน้ำตาล เป็นอาหารเบื้องต้น
            - รำละเอียด เป็นอาหารต่อมา
            - อินทรียวัตถุที่นำมาหมัก และ
            - อินทรียวัตถุในดิน


                                             

โบกาฉิมูลสัตว์
         โบกาฉิมูลสัตว์ เป็นปุ๋ย ใช้บำรุงดิน เป็นอาหารสัตว์ และบำบัดน้ำเสีย ได้ โดยการนำเอามูลสัตว์แห้งป่นละเอียด มาหมักกับแกลบ และรำละเอียด 

ส่วนผสม
    1.  มูลสัตว์       1     ส่วน 
    2.  แกลบดิบ     1     ส่วน
    3.  รำละเอียด    1     ส่วน
    4.  EM + กากน้ำตาล + น้ำ อัตราส่วน 1 : 1 : 500 ผสมแยกไว้  ( น้ำ 1 บัวรดน้ำประมาณ 10  ลิตร EM กากน้ำตาล อย่างละ 20 ซีซี หรือ 2 ช้อน คนให้ละลาย)
ส่วน คือตามภาชนะตวง เป็นปี๊บ กระสอบ หรือรถ ฯลฯ

วิธีทำ     - ผสมมูลสัตว์กับแกลบให้เข้ากัน
            - นำ EM + กากน้ำตาล + น้ำ มารด คลุกให้เข้ากัน ความชื้น 50 % คือใช้มือกำ ส่วนผสมบีบแน่น หากมีน้ำไหลตามง่ามมือ แสดงว่าน้ำมากเติมส่วนผสม หากกำแน่น แบมือออกเป็นก้อนยุ่ยๆ นั้นพอดี หากยัง ไม่เป็นก้อนก็เติมน้ำอีก (ผสม EM + กากน้ำตาล เท่าเดิม)
            - เมื่อได้ความชื้นพอเหมาะแล้ว นำ รำละเอียดมาผสม แล้วหมักไว้จนกว่าจะเย็น และแห้ง

วิธีหมัก นิยมหมักเป็น 4 แบบ คือ

        1. กองกับพื้นคอนกรีตหรือดินแข็ง ในที่ร่มกันแดดกันฝนได้ ให้เป็นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้า สูงประมาณ 10-15 เซนติเมตร คลุมด้วยกระสอบป่าน สแลน หรืออื่นๆ กลับกองทุกวันถ้ายังร้อนอยู่

            2. หมักในกระสอบปุ๋ย ใช้กระสอบปุ๋ยที่มีรูพรุน (น้ำรั่วได้)

            - บรรจุครึ่งกระสอบ มัดปากกระสอบ แล้วตะแคงกระจายปุ๋ยให้เต็ม กระสอบ วางหมักบนไม้รอง กลับกระสอบทุกวัน

            - แห้งเย็น นำไปใช้ เวลาจะใช้ป่นให้ละเอียด

            3. หมักในตะกร้า,เข่ง โดยบรรจุส่วนผสมในตะกร้า หรือเข่ง ให้สูง ประมาณ 15 เซนติเมตร วางเรียงซ้อนกันได้ คลุมด้วยกระสอบหรือสแลนถึงพื้น

            4. หมักแบบไร้อากาศ ขอยกตัวอย่าง 2 แบบ คือ

            4.1 บรรจุถุงพลาสติก เช่น ถุงดำ บรรจุทีละน้อย หนาประมาณฝ่ามือ แล้ว อัดแน่น ก่อนมัดปากถุง ไล่อากาศออกให้หมด แล้วมัดแน่น หมักไว้ 15-20 วัน นำ ไปใช้ได้ ใช้ถุงดำก็ได้ แต่ขาดง่าย ควรใส่กระสอบ หรือถุงซ้อนอีกชั้นหนึ่ง
            4.2 บรรจุในถังหรือตุ่ม ที่มีฝาปิดสนิท หรือสามารถใช้พลาสติกปิด แล้ว รัดยางแน่นก็ได้ บรรจุทีละน้อย คือให้หนาประมาณ 15 เซนติเมตร แล้วอัดแน่นต่อเรื่อยๆ กระทั่งเต็ม (ต้องให้เต็มภาชนะ) ปิดแน่น หมักไว้ 15-20 วัน

หมายเหตุ หากรีบด่วนหมักอย่างน้อย 7 วันก็ใช้ได้ แต่ 15-20 จะดีที่สุด


โบกาฉิฟาง

         โบกาฉิฟาง ไม่นิยมผลิต เพราะควบคุมอุณหภูมิได้ยาก หากร้อนมากเกิน 45C จะไหม้เป็นสีแดง คุณภาพไม่ดี แต่จำเป็นสำหรับการเพาะเห็ด หรือใช้หมักเศษอาหาร

ส่วนผสม

1.  ฟางแห้งสับสั้นประมาณ 1-2 ซ.ม.   1      ส่วน     
2.  แกลบ        1          ส่วน
3.  รำละเอียด  1          ส่วน
4.  EM + กากน้ำตาล + น้ำ อัตราส่วน 1 : 1 : 500 ผสมแยกไว้  ( น้ำ 1 บัวรดน้ำประมาณ 10  ลิตร EM กากน้ำตาลด อย่างละ 20 ซีซี หรือ 2 ช้อน คนให้ละลาย)
ส่วน คือตามภาชนะตวง เป็นปี๊บ กระสอบ หรือรถ ฯลฯ

วิธีทำ
            - นำ EM + กากน้ำตาล + น้ำ รด ฟางให้เปียกโดยทั่วไป และ
            - นำแกลบเข้าผสม วัดความชื้น 50 %
            - นำรำละเอียดเข้าผสม
            - นำไปหมัก

วิธีหมัก
            - กองบนพื้นคอนกรีต หรือพื้นดิน แข็ง ในที่ร่มกันแดดกันฝนได้ ให้สูงประมาณ 15 เซนติเมตร คลุมด้วยกระสอบป่าน หรือสแลน หรือฟาง ฯลฯ
            - กลับกองทุกครั้งที่อุณหภูมิเกิน 45C ต้องตรวจอุณหภูมิบ่อยๆ ระวัง อุณหภูมิเกิน 45C จะไหม้เป็นสีแดง

วิธีใช้
            - ใช้กับการเพาะเห็ด โดยผสม EM โบกาฉิฟาง 6 % และใช้ EM โบกาฉิ มูลสัตว์อีก 4 % ของส่วนผสมทั้งหมด 
            - ใช้เพื่อการหมักเศษอาหาร
            - ใช้กับพืชผัก เช่น รองก้นหลุมและคลุมดิน
            - เป็นอาหารปลา

 


ซูเปอร์โบกาฉิ
         ซูเปอร์โบกาฉิ เป็น EM โบกาฉิที่มีคุณภาพสูง ใช้เป็นปุ๋ย ผสมอาหารสัตว์ อาหารปลา อาหารกุ้ง และบำบัดน้ำเสียได้ แต่ลงทุนสูงเล็กน้อย

ส่วนผสม
1.  เปลือกหอย กระดองปู กระดูกป่น และถ่านแกลบ อย่างละ 200 กรัม 
2.  ปลาป่น กากถั่ว อย่างละ 6 กิโลกรัม
3.  รำละเอียด 20 กิโลกรัม
4.  EM 10 ซีซี กากน้ำตาล 10 ซีซี  น้ำ 5 ลิตร

วิธีทำ
            - ผสมเปลือกหอย กระดองปู กระดูกป่น ถ่านแกลบ ปลาป่น กากถั่ว เข้าด้วยกันดีแล้ว นำส่วนผสมน้ำ มี EM + กากน้ำตาล + น้ำ ไปรด คลุกให้ทั่ว
            - นำรำเข้าผสม คลุกให้เข้ากัน แล้ว นำไปหมัก 

วิธีหมัก มี 2 วิธี คือ
            1. บรรจุในภาชนะที่ปิดสนิท เช่น ถัง กระป๋อง ให้มีช่องว่าง 10% ปิดแน่น ไว้ 15 วัน นำมากระจาย ผึ่งลมให้แห้ง แล้วบรรจุถุงเล็กๆ นำไปใช้หรือจำหน่ายได้
            2. บรรจุในกระสอบป่าน ผูกปากให้แน่น แล้วนำบรรจุลงถุงพลาสติกดำ ทึบแสง ไล่อากาศออก แล้วมัดปากถุงแน่น หมักไว้ 3 วัน กลับถุงทุกเช้าเย็น
เมื่อครบ 3 วัน นำกระสอบออกจากถุงพลาสติก วางไว้ในที่ร่ม และกลับ กระสอบทุกวันเช่นกัน เมื่อหมักได้ที่แล้วจะมีกลิ่นหอม

วิธีใช้
            1. ผสมอาหารสัตว์ เช่น สุกร ไก่ ปลา กุ้ง กบ แทนหัวอาหาร 1-2 % 
            2. ใช้กับผัก ไม้ผล หรือทำเป็นน้ำโบกาฉิ คือใช้ซุปเปอร์โบกาฉิ 1 ก.ก. น้ำ 200 ลิตร หมักไว้ 12-24 ชั่วโมง นำไปรดผัก ผสมน้ำอีก 100 เท่า ผักที่ปลูก ใหม่จะฟื้นตัวเร็ว
            3. ใช้บำบัดน้ำเสีย ด้วยการหว่านลงไปในน้ำ
            ซูเปอร์โบกาฉิ เป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพสูง อัตราการใช้จะใช้เพียงเล็กน้อย และสามารถใช้ได้หลายประการ ทั้งพืช ปศุสัตว์ ประมง และสิ่งแวดล้อม

 


EM โบกาฉิ 24 ชั่วโมง
         EM โบกาฉิ 24 ชั่วโมง เป็นการนำวัชพืช เช่น หญ้า ฟาง ใบไม้ที่มีจำนวน มาก ทั้งสดหรือแห้งมาหมัก ก่อนนำไปใช้เป็นปุ๋ยคุณภาพจะดีขึ้น แต่ต้องสับหั่นให้ มีขนาดเล็กหน่อย ฟางฟ่อนต้องตัดให้มีขนาดยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร หาก เป็นฟางจากเครื่องสีใช้ได้เลย เพราะนิ่มดีแล้ว 

ส่วนผสม
1.  วัชพืช เช่น ฟาง หญ้า    10  ส่วน   
2.  EM โบกาฉิ   1/2  ส่วน
3.  รำละเอียด   1/2   ส่วน
4.  EM + กากน้ำตาล + น้ำ อัตราส่วน 1 : 1 : 500 ผสมแยกไว้  ( น้ำ 1 บัวรดน้ำประมาณ 10  ลิตร EM กากน้ำตาลด อย่างละ 20 ซีซี หรือ 2 ช้อน คนให้ละลาย)
ส่วน คือตามภาชนะตวง เป็นปี๊บ กระสอบ หรือรถ ฯลฯ 

วิธีทำ
            - นำน้ำผสม EM กากน้ำตาล มา รดฟาง คลุกให้ทั่ว ให้มีความชื้นโดยทั่ว (ระวังน้ำไหลนองพื้น)
            - นำ EM โบกาฉิผสมกับรำ แล้ว นำมาโรยให้ทั่วฟาง คลุกให้เข้ากัน
            - หมักโดยการกองปุ๋ยเป็นฝาชี คว่ำ หรือเป็นกองยาวๆ สูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร คลุมด้วยกระสอบป่านหรือ สแลน หรือคลุมด้วยฟางแห้งหญ้าแห้งก็ได้
            - หมักไว้ 18 ชั่วโมง กลับกอง แล้วหมักต่ออีก 6 ชั่วโมง นำไปใช้ได้ 

วิธีใช้
            - ใช้รองก้นหลุม หรือคลุมดินในการเพาะปลูก
            - ใส่ในแปลงนาโดยทั่วแล้วไถกลบ
            - ใส่ในไร่ แล้วไถกลบ
            - ใส่คลุมดินในไร่ ในสวน 

 


ปุ๋ยคอกหมัก
         ปุ๋ยคอกหมัก เป็นการหมักมูลโค หรือสัตว์กินหญ้า เป็นปุ๋ยสำหรับการเพาะ ปลูกพืชผัก หรือไม้ระยะเจริญเติบโต หรือใช้ผสมเป็นดินเพาะก็ได้

ส่วนผสม
1.  มูลคอก (สัตว์กินหญ้า)   1       ส่วน     
2.  แกลบเผา (ถ่านแกลบ)   1       ส่วน
3.  รำละเอียด                    1       ส่วน
4.  EM + กากน้ำตาล + น้ำ อัตราส่วน 1 : 1 : 500 ผสมแยกไว้  (น้ำ 1 บัวรดน้ำประมาณ 10  ลิตร EM กากน้ำตาล อย่างละ 20 ซีซี หรือ 2 ช้อน คนให้ละลาย)
ส่วน คือตามภาชนะตวง เป็นปี๊บ กระสอบ หรือรถ ฯลฯ 

วิธีทำ
            - ผสมมูลคอกที่ป่นละเอียดแล้ว กับแกลบ คลุกให้เข้ากัน
            - นำน้ำผสม EM กากน้ำตาล มา รด คลุกให้เข้ากัน ความชื้น 50 % 
            - นำรำเข้าผสม คลุกเคล้าอีกครั้ง เมื่อ ผสมรำแล้วจะไม่เพิ่มน้ำอีก
วิธีหมัก
            - ตั้งกองเป็นรูปสี่เหลี่ยม สูงประมาณ 15 เซนติเมตร
            - คลุมด้วยกระสอบป่าน
            - กลับกองทุกวันๆ ละครั้งหากมีความร้อน
            - เมื่อแห้งและเย็น นำไปใช้ได้

วิธีใช้
            - โรยผิวดิน ตารางเมตรละ 1-2 กำมือ ในการเตรียมแปลง
            - โรยผิวดิน บริเวณใต้ร่มของไม้ผลระยะเจริญเติบโต
            - ใช้ผสมดินเพื่อเป็นดินเพาะปลูกก็ได้ โดยทำปุ๋ยผสมกับดิน และแกลบเผา อัตราส่วน 1 : 5 : 3

 


EM โบกาฉิดิน
         EM โบกาฉิดิน เป็นปุ๋ยหมักเพื่อการเพาะกล้า ชำกิ่งโดยเฉพาะ ไม่ควรทำ เพื่อการปลูกพืชอื่นๆ เพราะหนัก และผสมยาก 

ส่วนผสม

1.  ดินดีๆ ป่นละเอียด          5     ส่วน    
2.  มูลคอก (สัตว์กินหญ้า)    2     ส่วน
3.  แกลบเผา (ถ่านแกลบ)    2     ส่วน
4.  รำละเอียด                     2     ส่วน
5.  EM + กากน้ำตาล + น้ำ อัตราส่วน 1 : 1 : 500 ผสมแยกไว้  (น้ำ 1 บัวรดน้ำประมาณ 10  ลิตร EM กากน้ำตาล อย่างละ 20 ซีซี หรือ 2 ช้อน คนให้ละลาย)
ส่วน คือตามภาชนะตวง เป็นปี๊บ กระสอบ หรือรถ ฯลฯ 

วิธีทำ
            - ทุบดินให้ละเอียด (รอไว้)
            - ผสมมูลคอกกับแกลบเผาเข้า ด้วยกัน
            - นำ EM + กากน้ำตาล + น้ำ มา รดมูลคอกกับแกลบเผาที่ผสมกันไว้ คลุก ให้ทั่ว ความชื้น 60-70 % 
            - นำไปผสมกับดิน และรำตาม ลำดับ
            - คลุกให้เข้ากันโดยทั่ว ตั้งกองหมัก 

วิธีหมัก
            ตั้งกองเป็นรูปสี่เหลี่ยมสูงประมาณ 15 เซนติเมตร คลุมด้วยกระสอบป่าน หรือสแลน กลับกองวันละครั้ง เมื่อแห้งและเย็นนำไปผสมเป็นดินเพาะกล้าและ ชำกิ่ง 

วิธีใช้
            1. ดินเพาะ นำ EM โบกาฉิดิน 1 ส่วน ผสมดินดีๆ อีก 1-5 ส่วน แกลบเผา 1-3 ส่วน ใส่ถุงหรือ กระบะเพาะ 1 : 1 : 1 (EM โบกาฉิดิน + ดิน + แกลบเผา) หรือ 1 : 5 : 3 (EM โบกาฉิดิน + ดิน + แกลบเผา)
            2. ดินชำกิ่ง ให้เพิ่มขุยมะพร้าว เข้าไปอีกเท่ากับแกลบเผา หากไม่มีขุย มะพร้าว ใช้หญ้าสับละเอียด หรือป่นใบไม้เข้าผสมแทนก็ได้
            3. ผสมเป็นดินปลูก ใส่ถุงไว้จำหน่าย สูตรเดียวกับดินเพาะ ไม่ควรผสม ปุ๋ยเคมี เพราะจะทำให้ดินแข็ง รดน้ำ ไม่ซึม

 การประยุกต์ใช้ EM กับสิ่งแวดล้อม

 

 การใช้ EM กับสิ่งแวดล้อมขอแบ่งเทคนิคการใช้ออกเป็นเรื่องย่อยๆ ดัง ต่อไปนี้
1. การกำจัดขยะ
2. การบำบัดน้ำเสีย
3. การกำจัดกลิ่น
4. การกำจัดขยะเปียก

            1. การกำจัดขยะ
            1.1 ขยะที่กระจัดกระจายบนผิวดิน นำมากองรวมกัน หรือทับถมกัน อยู่ในน้ำ ทำให้เกิดกลิ่น แมลงวัน กำจัดด้วยการใช้ EM ขยาย ผสมน้ำ 500 เท่า (หาก ขยะแห้ง ผสมน้ำ 1,000 เท่า) ฉีดพ่นให้ทั่วทุกครั้งที่นำขยะมาทิ้ง จะส่งผลให้
            - ขยะถูกย่อยได้เร็ว
            - แมลงวันลดลง
            - กลิ่นหมดไป
            - น้ำที่ไหลออกไปเป็นน้ำปุ๋ย
            1.2 ขยะที่กองในที่ลุ่ม หรือมีหลุมฝังกลบ ใช้ EM พ่นต่อเนื่อง เมื่อมีการนำขยะมาทิ้งใหม่ 5-7 วัน กลบดินบางๆ การกลบดินจะช่วยให้เกิดการหมักและย่อย สลายได้เร็วขึ้น จะยุบและถมต่อได้อีกหลายครั้ง
            1.3 การนำขยะไปทำปุ๋ย ต้องหมักด้วย EM จึงจะไม่เป็นพิษภัย เพราะขยะหลายชนิดมีพิษ
            1.4 ขยะมีพิษ ขุดหลุมฝังอย่างเดียว ก่อนกลบควรพ่น EM ให้ทั่วแล้วกลบ จะไม่เกิดพิษต่อไปได้อีก 

            2. การบำบัดน้ำเสีย
            ใช้อุปกรณ์สำคัญ 2 อย่าง คือ EM ขยายกับ EM บอล (ดังโหงะ) 
            - EM ขยาย ใช้ฉีดพ่น 1 ลิตร ต่อน้ำ 10 ลูกบาศก์เมตร (1 : 10,000)
            - EM บอล (ดังโหงะ) กำจัดโคลนตมใต้ผิวน้ำ และบำบัดน้ำเสียที่มีลักษณะเคลื่อนไหว 1 ลูก ต่อน้ำ 10 คิว (ลูกบาศก์เมตร)
            การบำบัดน้ำเสียจากโรงงาน โรงแรม โรงเลี้ยงสัตว์ โรงอาหาร จะมีแหล่งเกิดน้ำเสียชัดเจน การแก้ปัญหาน้ำเสีย ทำดังนี้
            2.1 พ่น EM ขยาย หรือใช้ EM บอล (ดังโหงะ) บำบัดน้ำเสียทั้งหมดในบ่อบำบัดและแหล่งเก็บอื่นๆ
            2.2 ผสม EM ขยาย กับน้ำที่ไหลออกจากแหล่งกำเนิดน้ำเสียตลอดเวลา (เช่น ระบบน้ำหยด) แล้วน้ำจะไม่เน่าเสีย แต่ควรมีบ่อบำบัดด้วย

            3. การกำจัดกลิ่น
            กลิ่นเกิดจากขยะเน่าเสีย น้ำเสียจากโรงงานและแหล่งเลี้ยงสัตว์ หากบำบัดน้ำสะอาดแล้วด้วย EM กลิ่นจะหายไปด้วย แต่ยังจะมีกลิ่นจากมูลสัตว์ กากมัน และอื่นๆ กำจัดได้ด้วย EM ขยายเช่นกัน ด้วยการผสมน้ำแล้วฉีดพ่นให้ทั่ว

            4. การใช้ EM กำจัดขยะเปียก
            ขยะเปียก หมายถึง ขยะจากโรงครัว เป็นเศษผัก เศษผลไม้ เศษอาหาร และน้ำซาวข้าว หากทิ้งทั่วไปเป็นตัวทำให้เกิดมลภาวะมากที่สุด การบำบัดก่อนด้วย EM จะเป็นประโยชน์และป้องกันมลพิษได้ มี 2 ลักษณะ คือ
            4.1 ขยะจากเศษอาหาร หากนำไปทิ้ง จะเป็นเหตุให้เกิดมลภาวะและเชื้อโรคได้มาก ควรบำบัดก่อนโดยวิธีหมักดังนี้
            วิธีหมัก
            - สับหรือหั่นให้ละเอียด ผสมโบกาฉิในอัตราส่วน เศษอาหาร 1 กิโลกรัม ต่อโบกาฉิ 1 กำมือ (100 กรัม)
            - ใส่ถังหมักที่ทำขึ้นเอง หรือถังสำเร็จ ครั้งเดียวเต็มถัง หรือหลายครั้งก็ได้
            - เมื่อเต็ม หมักไว้ 7 วัน 

            วิธีใช้
            หมักครบ 7 วัน เปิดน้ำใส่ภาชนะไว้ใช้ กากนำไปเป็นปุ๋ย โดยวิธีฝัง หรือเป็นอาหารสัตว์ เช่น ไก่ ปลา น้ำหมักนำไปใช้ดังนี้
            1. ผสมน้ำ 500 เท่า เป็นปุ๋ยรดพืชผัก
            2. ผสมน้ำ 100 เท่า เช็ดถูพื้นห้องน้ำ กระเบื้องโมเสด
            3. บำบัดน้ำเสียด้วยการเทลงโถส้วม แหล่งน้ำ สาธารณะ 

            4.2 น้ำซาวข้าว หากปล่อยทิ้งลงร่องน้ำ แหล่งน้ำเสีย จะเป็นบ่อเกิดของมลภาวะสูงสุด หากมีการบำบัดก่อนทิ้ง จะลดการเกิดมลภาวะได้มากทีเดียว 
            วิธีหมัก 
            - น้ำซาวข้าว 1-2 ลิตร ผสม EM หัวเชื้อ 10 ซีซี (1 ช้อนแกง) และกากน้ำตาลเท่ากัน คนให้ละลาย บรรจุในภาชนะให้เต็ม หมักไว้ 5-7 วัน 
            - ระยะหมักได้ 2-3 วัน ควรเปิดให้แก๊สออกบ้าง
            วิธีใช้ 
            1. ผสมน้ำ 500 เท่า รดพืชผักเสมอๆ มีคุณภาพเป็นปุ๋ย
            2. ผสมน้ำ 100 เท่า สำหรับซักทำความสะอาดเสื้อผ้า โดยแช่ไว้ก่อน 20-30 นาที ขยี้แล้วล้าง 1 น้ำ ตาก
            3. ผสมน้ำ 100-200 เท่า ล้างจาน ชาม เช็ดถูพื้น ผนัง ห้องน้ำ-ส้วม กระจก เฟอร์นิเจอร์ รถยนต์ ฯลฯ (ต้องบิดผ้าให้สะเด็ดน้ำ)
            4. ผสมน้ำ 500 เท่า ฉีดพ่น ปรับสภาพอากาศในบ้าน หรือแหล่งที่อากาศ ไม่บริสุทธิ์
            5. บำบัดน้ำเสีย โดยใส่โถส้วม เทลงร่องน้ำ หรือแหล่งน้ำสาธารณะ 

 

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม

มีปัญหาเรื่องการสั่งซื้อสินค้า กรุณา ติดต่อกับทางร้าน เกี่ยวกับรายละเอียดในการชำระเงิน

ธ.กรุงเทพ สาขาบางเลน สะสมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขานครปฐม ออมทรัพย์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

รายการสินค้า

     สั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา    

      ผ่านทาง     line id:@kaset   

           เพิ่มเพื่อน

ค้นหารหัสพัสดุ

  • ค้นหา
*ใส่ order id หรือ email ที่ใช้ในการสั่งซื้อ
ดูรหัสพัสดุทั้งหมด »

ติดตามสินค้า

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม1,515,388 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด1,013,260 ครั้ง
ร้านค้าอัพเดท22 พ.ย. 2560

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
ตะกร้าของฉัน (0)
มีสินค้าทั้งหมด 0 ชนิด 0 ชิ้น
0 บาทราคาสินค้าทั้งหมด
(ยังไม่รวมค่าจัดส่ง)
สั่งซื้อสินค้า
ตะกร้า
( 0 )
รายการสั่งซื้อของฉัน
เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
รายการสั่งซื้อของฉัน
ข้อมูลร้านค้านี้
ร้านสวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
สวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
ให้คำแนะนำปรึกษา ระบบการทำเกษตร ออกแบบระบบสวน เกษตรปลอดสาร เกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารเคมีอันตราย ฯลฯ
เบอร์โทร : 0941908875
อีเมล : kasetkawna@hotmail.com
ส่งข้อความติดต่อร้าน
เกี่ยวกับร้านค้านี้
สินค้าที่ดูล่าสุด
บันทึกเป็นร้านโปรด
Join (สมัครสมาชิกร้าน)
แชร์หน้านี้
แชร์หน้านี้
พูดคุยกับร้านนี้

TOP เลื่อนขึ้นบนสุด
Go to Top