lnwshop logo

 สามารถสั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา     ผ่านทาง     line id :@kaset  

สั่งซื้อสอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมีอันตรายผ่านระบบ Line

โดยเพียงกดปุ่ม Add Friends ด้านล่างของเราได้เยค่ะ 

           เพิ่มเพื่อน

ผสมเทียมเกสร ไม่ง้อแมลง เร่งติดผลดก

ผสมเทียมเกสร ไม่ง้อแมลง เร่งติดผลดก
ผสมเทียมเกสร ไม่ง้อแมลง เร่งติดผลดก thumbnail 1ผสมเทียมเกสร ไม่ง้อแมลง เร่งติดผลดก thumbnail 2ผสมเทียมเกสร ไม่ง้อแมลง เร่งติดผลดก thumbnail 3ผสมเทียมเกสร ไม่ง้อแมลง เร่งติดผลดก thumbnail 4ผสมเทียมเกสร ไม่ง้อแมลง เร่งติดผลดก thumbnail 5
หมวดหมู่ ผสมเกสรเทียม
ราคา 400.00 บาท
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
อัพเดทล่าสุด 4 พ.ย. 2560
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ลิตร
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!

ผสมเทียมเกสร  ฮอร์โมนเพิ่มการติดผลดก

ฮอร์โมนเสริม สูตรผสมเทียม ไม่ง้อแมลง เพิ่มการติดผล ผลดก ได้ผล ผลิตดี

 คุณสมบัติ:ผสมเทียมเกสร

เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมน และสารอาหารช่วยให้เกสรตัวเมีย หรือดอกตัวเมียมีการแบ่งเซลล์ขยายรังไข่ เจริญเป็นผลมากขึ้น ได้ผลผลิตมากขึ้น  ผสมเทียมเกสร สามารถเพิ่มการติดผล หรือเพิ่มจำนวนต่อช่อได้สูง

1. เป็นสมดุลฮอร์โมนในรูปของเหลวละลายน้ำได้หมด พืชสามารถนำไปใช้ได้โดยตรง ทั้งทางใบและราก

2. ช่วยให้กิ่ง ใบใหม่ เถา และยอดแข็งแรงดีเยี่ยม สามารถสะสมอาหารได้มากขึ้น

3. ช่วยสร้างตาดอก ก้านดอก ผลอ่อนไม่ร่วงหล่นง่าย

4. ช่วยป้องกันไม่ให้เถา หรือฝักแตกได้ ทำให้เนื้อแน่น รสชาติและสีดี เป็นที่ต้องการของตลาด

5. มีสารอะมิโนแอซิดที่จะเป็นตัวพา สมดุลฮอร์โมนเข้าไปภายในเซลล์พืช ซึ่งจะช่วยปลดปล่อยสมดุลฮอร์โมนให้เป็นไปอย่างช้าๆและตัวอะมิโนแอซิดจะเป็นอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชช่วยเกิดการผสมเกสรและพัฒนาเป็นผลได้ อีกต่อไป

 อัตราและวิธีการใช้:

ชนิดพืช

อัตราการใช้

วิธีใช้

ผลไม้ แตง หอม

แตงโม แคนตาลูป หอมฯลฯ

ใช้อัตรา 10-20 ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร

 

ฉีดพ่นผสมเทียมเกสร 2 ครั้งก่อนออกดอก และฉีดพ่นทุกๆ 7-10 วัน ตั้งแต่ดอกบานจนเก็บเกี่ยว

 

ผักกินผล

เช่น มะเขือเทศ มะเขือทุกชนิด พริกทุกชนิด แตงกวา บวบ มะระ ถั่วฝักยาว ฯลฯ

ใช้อัตรา 5-10 ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร

ฉีดพ่นผสมเทียมเกสร 2 ครั้ง ก่อนออกดอก และฉีดพ่นทุก 7-10 วัน ตั้งแต่ดอกบานจนเก็บเกี่ยว

 

ไม้ผล
เช่น มะม่วง ทุเรียน ชมพู่ ลำไย ฯลฯ

ใช้อัตรา 5-10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

ฉีดพ่นผสมเทียมเกสร 2 ครั้ง ก่อนออกดอก และฉีดพ่นทุก 7-10 วัน ตั้งแต่ดอกบานจนเก็บเกี่ยว

 


การติดผล (Fruit setting)

การติดผลของพืชจะเกิดขึ้น ได้ เมื่อรังไข่ได้รับการผสม (Fertilization) เท่านั้น ส่วน ของเกสรเพศเมีย รังไข่และฐานรองดอกจะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อไปเป็นผล (Fruit Ovule) ทีได้รับการผสมจะพัฒนาไปเป็นเมล็ด (Seed) ซึงการผสมเกสรและ Ovule ทีได้รับการผสมแล้วจะส่งผลให้ส่วนของเกสรเพศเมียมีการพัฒนาต่อไปได้

พืชบางชนิด รังไข่สามารถพัฒนาขึ้น เป็นผลได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องได้รับการผสมเกสร หรือรังไข่อาจได้รับการกระตุ้น จากการถ่ายละอองเกสรก็สามารถติดผลได้ ผลไม้ทีติดเองในลักษณะนี้จะเป็นผลไม้ทีไม่มีเมล็ด ลักษณะการพัฒนาขึ้น ได้เองของรังไข่นี เรียกว่า Parthenocarpy  ซึงอาจเกิดจากการทีพืชนั มีจำนวนโครโมโซมแตกต่างไปจากปกติ (Polyploidy) ผลไม้ไม่มีเมล็ดบางชนิด

สภาพดอก (Flower factors)

1.ความสมบูรณ์ทางเพศของดอก พืชทีมีดอกสมบูรณ์เพศ(Perfect flower or Hermaphroditic flower)หมายถึง ดอกที่มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ได้แก่ ดอกพู่ระหง ดอกบัว ดอกกุหลาบ ดอกบัว ดอกชงโคดอกถั่ว ดอกมะเขือ ดอกพริก ดอกกล้วยไม้ ดอกมะม่วง ดอกชบา ดอกข้าวดอกต้อยติ่ง ดอกจำปา ดอกมะลิ เฟื่องฟ้า ดอกอัญชัน ดอกแค ดอกผักบุ้ง

 

ตัวอย่างดอกสมบูรณ์เพศ ดอกไม้บางชนิดมีเกสรเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นซึ่งเรียกว่า ดอกไม่สมบูรณ์เพศเช่นดอกบวบ ดอกฟักทอง ดอกตำลึง เป็นต้น ดอกที่มีแต่เกสรตัวผู้รียกว่า ดอกตัวผู้และดอกที่มีแต่เกสรตัวเมียเรียกว่า ดอกตัวเมีย เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย มักมีโอกาสผสมกันเองมากกว่าดอกไม่สมบูรณ์เพศ (Imperfect flower)หมายถึง ดอกที่มีองค์ประกอบไม่ครบ 4 ส่วนได้แก่ ดอกมะพร้าว ดอกมะระ ดอกบวบ ดอกฟักทอง ดอกตำลึง ดอกมะละกอ ดอกข้าวดอกข้าวโพด ดอกตำลึง ดอกฟักทอง ดอกจำปา ดอกจำปี ดอกบานเย็น ดอกเฟื่องฟ้าดอกมะยม ดอกมะเดื่อ ดอกตาล ดอกบวบ ดอกหญ้า ดอกแตงกวาดอกมะยม ดอกมะเดื่อ ดอกตาล ดอกบวบ ดอกหญ้า ดอกแตงกวาตัวอย่างของดอกไม่สมบูรณ์เพศ ดอกไม้บางชนิดไม่มีกลีบดอก เช่น ดอกหน้าวัว ดอกคริสต์มาส บางชนิดมีกลีบดอกเล็ก ไม่เด่นออก มา เช่น ดอกเฟื่องฟ้า ดอกดอนย่า ดอกไม้เหล่านี้จะมีส่วนที่เป็นใบเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกลีบดอก ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นกลีบดอกได้ แต่ทังนี เกสรเพศผู้ต้องทำงานได้ (Function) จึงจะเกิดการผสมตัวเองได้ พืชบางชนิด เช่น มะนาว เกิดการผสมตัวเองตั้ง แต่ดอกยังไม่บานดอกลักษณะนีเป็นแบบ Cleistogamous flowers

 

2. ความไม่พอดีของส่วนต่าง ของดอก ดอกบางชนิดมี เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียยาวไม่พอดีกัน ทำให้โอกาสทีจะผสมตัวเองมีน้อยลง เช่น เกสรเพศผู้อยู่สูง เกสรเพศเมียอยู่ต่ำ หรือ เกสรเพศผู้อยู่ต่ำ เกสรเพศเมียอยู่สูง ดอกทีมีลักษณะเกสรแบบนี้เรียกว่า ดอกประเภท Pin andThrum และพืชทีมีดอกลักษณะนี้ เรียกว่า Heterogamousplant

3. ลักษณะของดอก พืชบางชนิด มีกลีบเลียงเชือมติดกันเป็นวง (Gamosepalous or Symsepalous flower) อาจป้องกันการผสมเกสร หรือดอกทีห้อยลง เช่น ดอกทุเรียนก็ทำให้การผสมตัวเองเกิดได้ยากขึ้น

 

อิทธิพลทางสรีระของพืช (Physiological factors)

1. เวลาของการ Anthesis พืชพวกที่เป็น Homogamyระยะ Anthesis ละอองเกสรถูกปลดปล่อยออกมา(Pollens shed) ในระยะเวลาเดียวกับเกสรเพศเมียมีความพร้อมรับการผสมเกสร (Stigma receptive) ทำให้การผสมเกสรเกิดขึ้น ได้ ส่วนพืชพวกทีเป็น Dichogamy ระยะAnthesis อาจเป็นแบบละอองเกสรถูกปลดปล่อยออกมาก่อน(Protandrous) หรือหลัง (Protogynous) เกสรเพศเมียมีความพร้อมรับการผสมเกสร  การปลูกพืชพวกนี้จำเป็นต้องปลูกพันธ์ที่มีการปลดปล่อยละอองเกสร (pollenizer) ที่เหมาะสมด้วย

2. อับละอองเกสรเพศผู้ไม่แตก เนื่องจากรอยแยกบนผนัง อับละอองเกสร มีความแข็งแรงมาก เป็นต้น

3. การแท้ง (abortion) หรือการฝ่อของละอองเกสร ในพืชบางชนิด เช่น ส้มพันธุ์ Washington Navel เกิด Male

abortion ตั้งแต่ระยะ Pollen Mother Cell พลับเกิดPistil abortion ประมาณ 2-25% มะม่วงเกิด pistilabortion 2-20%

4. ความแข็งแรงของละอองเกสร (Pollen viability) ไม้ผลบางชนิดมีละอองเกสรน้อย และไม่แข็งแรง ละอองเกสรมักตายก่อนเกิดการผสมเกสร พวกที่มี Pollen viability ต่ำเช่น องุ่นพันธุ์ Muscadine  ลิ้นจี่  ส้ม มะละกอ

5. Pollen tube เจริญช้า ดอกร่วงก่อนการผสม

6. ความแข็งแรงของต้นพืช ต้นพืชมีอาหารสะสมน้อยละอองเกสร ก็ไม่แข็งแรงหรือแท้งไปก่อนการผสม และเกสรเพศเมียก็เจริญไม่เป็นปกติ

อิทธิพลจากสภาพแวดล้อม (Environmental factors)

น้ำและธาตุอาหาร

หลังจากเริ่มติดผลอ่อน พืชต้องการน้ำ ในปริมาณที่เพียงพอต่อการเจริญ ถ้าขาดน้ำ จะสลัดผลอ่อนทิ้งไป แต่ถ้าน้ำ มากเกินไปก็จะสลัดผลทิ้งเช่นกัน ส่วนแร่ธาตุอาหารนั้น พืชต้องการเพื่อใช้ในการสร้างส่วนต่าง ๆ แต่ถ้าได้รับธาตุไนโตรเจนมากเกินไป ขั้ว ผลจะอ่อนแอและร่วงง่าย

สภาพฟ้าอากาศ

1. อุณหภูมิ มีผลโดยตรงต่อการงอกของ Pollen tubeอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการงอกอยู่ระหว่าง 15-21 องศาC ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ Pollen tube จะงอกช้าหรือไม่งอกเลยและยังทำให้การทำงานของแมลงช่วยผสมเกสร ลดต่ำลงอุณหภูมิที่สูงเกินไป (มากกว่า 26 องศาC) ละอองเกสรจะตายและดอกมีการคายน้ำ เร็วขึ้น ช่วงเวลาในการผสมก็สั้นลง

2. แสง มีผลต่อการบานของดอกและการสร้างสารประกอบบางอย่างในพืช นอกจากนี้ ยังมีผลต่อการเกิดดอกด้วย กิ่งที่เจริญในพุ่มของมะม่วง ลิ้นจี่ ลำไย หรือกิ่งที่ไม่ได้รับแสงแดดมักไม่ออกดอกหรือออกดอกแต่ไม่ติดผล อีกประการหนึ่งคือ แมลงช่วยผสมเกสร โดยเฉพาะผึ้ง ใช้แสงแดดเป็นตัวกำหนดทิศทาง หากแสงไม่เพียงพอ ผึ้งก็จะทำงานน้อยลง

3 ลม มีผลค่อนข้างมาก ถ้าลมแรง ลมแห้ง Stigma fluidก็จะแห้งเร็ว นอกจากนี้ ในบางเขต ลมร้อนที่พัดผ่านขณะที่ดอกกำลังบานจะทำให้ดอกร่วง ความแรงของลมมีผลต่อการบินของแมลงช่วยผสมเกสรด้วย ถ้าลมแรงมาก แมลงก็บินต้านไม่ไหว ความเร็วลมทีเหมาะสมจะช่วยในการผสมเกสรของพืชพวก Wind pollination

สรีรวิทยาของพืชสวน

1. ความชื้น ถ้าความชื้นในอากาศมากจะทำให้ Stigma fluid แห้งช้า แต่อับละอองเกสรแตกยาก ถ้าความชื้นในอากาศต่ำ อับละอองเกสร (Anther) จะแตกง่าย แต่ Stigma fluid จะแห้งง่าย และStigma เหี่ยวง่ายด้วย ในช่วงดอกบานจนถึงติดผล ฝนจะทำให้ดอกได้รับอันตราย อับละอองเกสรแตกยากขึ้น และยังเป็นอุปสรรคต่อการบินของแมลงช่วยผสมเกสรด้วย

อิทธิพลจากการเขตกรรม (Cultural practices)

1. การใช้สารเคมี ในระยะดอกบานไม่ควรใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชใด ๆเพราะอาจมีผลต่อแมลงช่วยผสมเกสร ควรใช้ในช่วงก่อนดอกบานหรือหลังติดผลแล้ว สารเคมีพวก Plant growth regulator บางชนิดจะช่วยให้พืชมีการติดผลดีขึ้น เช่น ฮอร์โมน สเปรย์ช่อ ดอกเงาะขณะที่ดอกยังเล็กอยู่ จะทำให้ช่อดอกมีดอกสมบูรณ์เพศที่ทำหน้าที่เป็นดอกเพศเมียกลายเป็นดอกเพศผู้มากขึ้น ทำให้ติดผลดีขึ้นแต่ถ้าสเปรย์ทั้งต้น จะได้ช่อดอกที่มีแต่ดอกเพศผู้ ถ้าใช้ความเข้มข้นสูงเกินไป จะทำให้ดอกร่วง

2. โรคและแมลง เช่น โรคแอนแทรกโนส สามารถเข้าทำลายมะม่วงได้ทุกระยะของการเจริญ ตั่ง แต่ ใบอ่อน ผลอ่อน กิ่งอ่อน ทำให้มีการติดผลน้อยลง แมลงพวกเพลี้ย เช่น เพลี้ยจั๊กจั่น ดูดน้ำ จากใบอ่อน ช่อดอกของมะม่วง ทำให้เกิดราดำบริเวณช่อดอก จึงมักไม่ติดผล

การเจริญของผล (Fruit Growth)

เมื่อ รังไข่ได้รับการผสม ไข่อ่อนจะพัฒนาไปเป็นเมล็ด เมล็ดที่กำลังเจริญเติบโต จะสร้างฮอร์โมนออกมาเพื่อการเจริญและพัฒนาของผล ในระยะแรก ฮอร์โมนที่สร้างขึ้น มาจะเป็นฮอร์โมนในกลุ่ม Cytokinins ซึ่งจะทำให้ผนังรังไข่มีการแบ่งเซลล์ ทำให้ผลทีกำลังเจริญมีเปลือกหนาขึ้น การแบ่งเซลล์ของรังไข่นี้ จะเกิดขึ้น ตั้ง แต่ยังเป็นดอกอยู่ ส่วนระยะเวลาของการเพิ่มจำนวนเซลล์จะแตกต่างกันไปตามชนิดของไม้ผล เช่น ไม้ผลในสกุล Rubus และ Ribes จะหยุดการเพิ่มจำนวนเซลล์ ตั้งแต่ระยะ Anthesis Tart cherry หยุดเพิ่มจำนวนเซลล์หลังจากAnthesis ประมาณ 2 สัปดาห์ ท้อและพลับ หลังจาก Anthesis ประมาณ 4 สัปดาห์ แอปเปิลหลังจาก Anthesis ประมาณ 4-5 สัปดาห์ สาลี่หลังจาก Anthesis ประมาณ 7-9 สัปดาห์ อะโวกาโด และ สตรอเบอรี่ จะมีการเพิ่มจำนวนเซลล์เรื่อยไปจนกระทั้งผลแก่ แต่ในบางครั้งขณะที่มีการเพิ่มจำนวนเซลล์ ก็มีการขยายขนาดของเซลล์ควบคู่ไปตาม เป็นผลให้มีผลการเจริญมากขึ้นระยะต่อมา เมล็ดที่กำลังพัฒนาจะมีการสร้างฮอร์โมนในกลุ่ม Gibberellins จากผนังรังไข่เช่นกัน ทำให้เซลล์มีการขยายขนาดอย่างรวดเร็ว การที่เซลล์มีจำนวนมากขึ้น และมีการขยายขนาดส่งผลให้รังไข่มีขนาดใหญ่ขึ้น ในขณะเดียวกัน ต้นแม่จะมีการสร้างฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งคือAbscisic acid เพื่อยับยั้ง ไม่ให้ Embryo ในเมล็ด มีการเจริญเติบโต และงอกในผลที่อบอุ่นและมีความชื้นสูง

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญของผล
ผสมเกสร,ผสมเกสรเทียม,เกสรตัวผู้,เกสรตัวเมีย,การผสมเกสร,ผลดก,ติดผลดก,ฮอร์โมนเร่งดอก,เร่งดอก,ไตรโคเดอร์มา,บิวเวอร์เรีย,เมธาไรเซียม,บีที,บีเอส,สวนเกษตรผสมผสาน,เร่งดอก,ผลไม้

เมล็ด

เป็นแหล่งที่สำคัญ ในการสังเคราะห์ฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญของผล เช่นออกซิน (Auxin) ไซโตไคนิน (Cytokinin) ซึ่งฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดนี้ มีผลทางสรีระที่แตกต่างกัน ออกซินจะช่วยในด้านการขยายขนาดของเซลล์ ส่วนไซโตไคนิน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงการแบ่งเซลล์ จะมีคุณสมบัติในการดึงเอาธาตุอาหารต่าง ๆ เข้ามาเลี้ยงผลให้ผลเจริญ ดอกที่ไม่ได้รับการผสมมักจะไม่ติดผล หรือผลทีเมล็ดตายในช่วงแรกมักจะร่วงหรือมีการเจริญที่ผิดปกติไป เพราะขาดฮอร์โมน 2 ชนิดนี้ ในแอปเปิล พบว่า ถ้าผลมีเมล็ดเพียงด้านเดียว ด้านที่มีเมล็ดจะเจริญได้ตามปกติ ส่วนด้านที่ไม่มีเมล็ดจะไม่เจริญทำให้รูปร่างของผลผิดปกติไป แต่เมล็ดก็มีความสำคัญเฉพาะในช่วงแรกของการเจริญเท่านั้น ในผลกล้วยที่มีเมล็ด ขนาดของผลจะขึ้นอยู่กับจำนวนเมล็ดและขนาดของเมล็ด

โดยกล้วยตานีจะมีขนาดผลใหญ่กว่ากล้วยป่ามาก เพราะมีเมล็ดช่วยกระตุ้นผล การใช้สารออกซินผสมกับลาโนลิน (Lanolin) ทาบาง ๆ ที่รังไข่ของกล้วยป่ าก่อนที่ดอกจะได้รับการผสมเกสร พบว่า มีการเจริญของผลเกิดขึ้น โดยมีการพองตัวของผนังกั้นภายในรังไข่และมีการเจริญภายใน Pericarp ทำให้เกิดเนื้อสีขาว และในเซลล์พาเรนไคมา (Parenchyma) จะกลายเป็นแป้ง เป็นลักษณะของการเกิดผลทีไม่มีเมล็ด สำหรับไม้ผลที่เป็น Parthenocarpy หรือพวก Seedless นั้น การทีผลเจริญได้ก็เนืองมาจากได้รับสารฮอร์โมนทีจำเป็นจากส่วนอื่น ๆ ของต้นเช่น ฐานรองดอก ในปริมาณที่เพียงพออยู่แล้ว จึงไม่ต้องอาศัยฮอร์โมนที่สังเคราะห์จากเมล็ด

ธาตุอาหาร

ในช่วงผลอ่อน ไม่ควรให้ต้นพืชได้รับปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป เพราะจะทำให้ผลเจริญเร็วเกินไป แต่ขาดความแข็งแรงขั่ว ผลอ่อน ซึ้งจะทำให้ผลร่วงได้ง่าย ควรจะใช้ปุ๋ยโปแตสเซียมควบคู่ไปกับปุ๋ยไนโตรเจน เพื่อให้ผลมีการเจริญที่รวดเร็วแข็งแรงและมีคุณภาพดี

สภาพาอากาศ

ถ้าอากาศร้อนแห้งแล้ง และผลได้รับน้ำ ไม่เพียงพอ ผลก็อาจร่วงหรือแคระแกร็นได้

น้ำ

ในระยะผลอ่อนต้องให้น้ำ ในปริมาณเพียงพออย่างสม่าเสมอ ถ้าขาดน้ำ ผลจะร่วง แต่ถ้าน้ำ มากเกินไป ผลก็ร่วงเช่นกัน ซึ่งมักพบในทุเรียนพันธุ์ชะนี การให้น้ำ ควรให้อย่างสม่ำเสมอ ถ้าผลขาดน้ำ ไประยะหนึ่งแล้ว ได้รับน้ำ ในปริมาณมาก จะทำให้ผลแตกได้ กรณีนี้ีพบเสมอใน เงาะ ลิ้นจี่ี

การใช้สารเคมี

การใช้สารเคมีพวก Gibberellin, Auxin จะช่วยให้ผลมีการเจริญดีขึ้น แต่ต้องใช้ให้ถูกต้องทั้งอัตราความเข้มข้นและช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะอาจเป็นอันตรายต่อผลได้

การร่วงของดอกและผล (Flower drop and Fruit drop)

การร่วงของดอกและการร่วงของผล เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น โดยธรรมชาติ หรือมีสิ่งแวดล้อม เช่น ลมแรง พายุ ฝน เป็นต้น กระตุ้นให้เกิดการร่วง การที่ต้นพืชต้องมีการปล่อยให้ดอกผลร่วงนั้น ก็เพื่อรักษาให้ดอกผลที่เหลืออยู่ มีการเจริญเติบโตที่ดีและแข็งแรง เป็นการลดภาระที่ต้นต้องคอยเลี้ยงดอกผลที่ไม่แข็งแรงลง อัตราการร่วงของดอกและผลของพืชแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน เช่น มะม่วง มีการร่วงของดอกและผลมากกว่า 99% ตำแหน่งของการร่วงของดอกและผลโดยธรรมชาติเกิดขึ้น 2 แห่งด้วยกันคือ

1. รอยต่อระหว่าง Peduncle กับ Pedicel เกิดขึ้น กับผลที่ยังไม่แก่

2. รอยต่อระหว่าง Pedicel กับ Fruit เกิดกับผลที่แก่แล้ว

ตำแหน่งที่เกิดการร่วงทั้ง 2 แห่งนี้ ก่อนเกิดการร่วงเซลล์บริเวณนี้จะต้องสร้างชั้นAbscission layer ก่อนเสมอ ดอกผลจึงจะร่วงได้

ผสมเกสร,ผสมเกสรเทียม,เกสรตัวผู้,เกสรตัวเมีย,การผสมเกสร,ผลดก,ติดผลดก,ฮอร์โมนเร่งดอก,เร่งดอก,ไตรโคเดอร์มา,บิวเวอร์เรีย,เมธาไรเซียม,บีที,บีเอส,สวนเกษตรผสมผสาน,เร่งดอก,ผลไม้

การปลิดดอกและผล (Flower thinning and Fruit thinning)

การปลิดดอกและผลออกมาบางส่วน มีความมุ่งหมายเพื่อให้ต้นสามารถเลี้ยงดอกผลได้อย่างเต็มที่ ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพดีทั้งทางด้านขนาด รูปร่าง และรสชาติ ช่วยให้ต้นมีอายุการตกผลที่ยืนนานขึ้น และยังช่วยลดปัญหาการออกดอกติดผลเว้นปี อีกด้วย หลักการของ

การปลิดดอกผลคือ การปลิดเอาดอกผลที่ไม่แข็งแรงหรือไม่สมบูรณ์ออก ซึ้งสามารถทำได้ 2ระยะ คือ

1. การปลิดดอก ในระยะนี้ทำได้ง่าย แต่มีความเสี่ยงมาก เนื่องจากไม่ทราบว่าดอกที่เหลือไว้นั้นจะให้ผลที่สมบูรณ์

2. การปลิดผล ในระยะนี้จะลดความเสี่ยงลง การปลิดผลสามารถปลิดได้ทั้งระยะผลอ่อนและระยะผลโตแล้ว แต่การปลิดระยะผลอ่อนจะให้ผลดีกว่า เพราะจะเป็นการลดการแก่งแย่งอาหารกัน ผลที่เหลือไว้สามารถใช้อาหารได้เต็มที่

การปลิดดอกผลมี 3 วิธีคือ

1. Hand thinning เป็นการปลิดโดยใช้แรงงาน วิธีนี้ให้ผลที่ค่อนข้างแน่นอนเพราะสามารถเลือกปลิดและจัดระยะห่างของผลได้

2. Mechanical thinning เป็นการปลิดโดยใช้วิธีกล เช่น ใช้น้ำฉีด ใช้เครื่องเขย่าต้น ดอกผลที่ไม่แข็งแรงก็จะร่วงไป ข้อดีของวิธีนี้คือ ลดค่าใช้จ่ายทางด้านแรงงาน แต่ข้อเสียคือ ดอกผลจะมีการร่วงมาก โดยเฉพาะผลขนาดใหญ่จะร่วงมากกว่าผลขนาดเล็ก

 

3. Chemical thinning โดยการใช้สารเคมี สารเคมีทีนิยมใช้คือ DNOC 3-CPA NAA NAAm (NAD) ethephon เป็นต้น การใช้สารเคมีในการปลิดดอกผลนั้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายทางด้านแรงงาน และสามารถทำได้สะดวกรวดเร็ว แต่การใช้นั้นต้องคำนึงถึงความเข้มข้นและเวลาทีเหมาะสมกับชนิดพืช มิฉะนั้นผลที่ได้อาจไม่คุ้มค่า เช่น การใช้ ethephon จะทำให้ดอกผลร่วงมาก นอกจากนี้การใช้สารเคมีในบางครั้งทำให้เกิด Phytotoxic ต่อพืชด้วย เช่น เกิดใบไหม้ ใบร่วงยับยั้งการแตกตาในปี ถัดไป เป็นต้น

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
นิติพงศ์
นิติพงศ์
1.46.2.x
21 ต.ค. 2560 06:17 น.
หัวข้อ :ผสมเทียม
ีมีสาร4cpaเป็นสารตั้งต้นผสมไหม ผมสนใจอยากทดลองนำมาใช้กับมะเขือเทศครับ

มีปัญหาเรื่องการสั่งซื้อสินค้า กรุณา ติดต่อกับทางร้าน เกี่ยวกับรายละเอียดในการชำระเงิน

ธ.กรุงเทพ สาขาบางเลน สะสมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขานครปฐม ออมทรัพย์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

รายการสินค้า

     สั่งซื้อสินค้า และให้คำปรึกษา    

      ผ่านทาง     line id:@kaset   

           เพิ่มเพื่อน

ค้นหารหัสพัสดุ

  • ค้นหา
*ใส่ order id หรือ email ที่ใช้ในการสั่งซื้อ
ดูรหัสพัสดุทั้งหมด »

ติดตามสินค้า

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม1,515,388 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด1,013,260 ครั้ง
ร้านค้าอัพเดท22 พ.ย. 2560

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
ตะกร้าของฉัน (0)
มีสินค้าทั้งหมด 0 ชนิด 0 ชิ้น
0 บาทราคาสินค้าทั้งหมด
(ยังไม่รวมค่าจัดส่ง)
สั่งซื้อสินค้า
ตะกร้า
( 0 )
รายการสั่งซื้อของฉัน
เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
รายการสั่งซื้อของฉัน
ข้อมูลร้านค้านี้
ร้านสวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
สวนเกษตรผสมผสาน นครปฐม
ให้คำแนะนำปรึกษา ระบบการทำเกษตร ออกแบบระบบสวน เกษตรปลอดสาร เกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารเคมีอันตราย ฯลฯ
เบอร์โทร : 0941908875
อีเมล : kasetkawna@hotmail.com
ส่งข้อความติดต่อร้าน
เกี่ยวกับร้านค้านี้
บันทึกเป็นร้านโปรด
Join (สมัครสมาชิกร้าน)
แชร์หน้านี้
แชร์หน้านี้
พูดคุยกับร้านนี้

TOP เลื่อนขึ้นบนสุด
Go to Top